RSS

Author Archives: ๙ มหาเวทย์

About ๙ มหาเวทย์

ศิษยานุศิษย์ ๙ สำนักศิลปวิทยาธร

โองการมหาปลุก

โองการมหาปลุก 

๏ โอมปลุก มหาปลุก 
กูจะปลุกทั้งชั้นฟ้าแลชั้นดิน 
กูจะปลุกทั้งพระสมุทรและสายสิน
กูจะปลุกทั้งพระอินทร์และพระพรหม 
กูจะปลุกทั้งพระยมและพระกาฬ 
กูจะปลุกทั้งพระจตุโลกบาลทั้งสี่ 
กูจะปลุกทั้งพระมาตุลีที่มีฤทธิ์ 
กูจะปลุกทั้งจิตและทั้งใจ ให้ลุกขึ้น 
โอมปลุกมหาปลุกลุกลุกสวาหะ ๚๛ 

๏ โอม ดำเนินพระศุกร์ 
กูจะปลุกสำแดงนารายณ์แสง 
เธอจึงจะให้กูปลุกมนต์แลปลุกยา 
กูจะปลุกทั้งคาถาแลเลขยันต์ 
กูจะปลุกทั้งเป็นสูรย์แลเป็นจันทร์ 
กูจะปลุกทั้งกลางวันแลกลางคืน 
กูจะปลุกไม้อันยื่นก็มาระเถื่อน 
กูจะปลุกทั้งบนเรือนแลป่าช้า 
กูจะปลุกทั้งสะบ้าแลเขาควาย 
กูจะปลุกทั้งรูปตายมาเป็น 
กูจะปลุกทั้งเส้นเอ็นแลกระดูก 
กูจะผูกทั้งด้ายผูกประกบ 
พระครูกูชื่อพระฤษีกัสสป 
ชุบมนต์ให้แก่กู อิสวาสุ มะอะอุ ๚๛ 

๏ โอม ปลุกปลุก สารพัดกูจะปลุก
กูจะปลุกพระภูมิเจ้าที่ 
กูจะปลุกทั้งกรุงพาลี
กูจะปลุกทั้งนางพระธรณี 
กูจะปลุกทั้งพระฤๅษีดาบสสี่พระองค์
เธอจึงให้กูปลุกมนต์และพระคาถาทั้งร้อยพระคัมภีร์
กูจะปลุกทั้งพระฤๅษีประไลยโกฏ
เธอจึงออกพระโอษฐ์ให้ปลุกผีโขมดและพรายมายา
กูจะปลุกทั้งเทวดาแลอินทร์พรหม
กูจะปลุกทั้งพระยมแลพระกาฬ
กูจะปลุกทั้งพระจตุโลกบาลทั้งสี่พระองค์
กูจะปลุกทั้งพระอิศวรและพระนารายณ์
กูจะปลุกทั้งพระพุทธคีเนต 
กูจะปลุกทั้งพระพุทธคีนาย
กูจะปลุกทั้งนางอุมาควดี
กูจะปลุกทั้งพระมาตุลีให้มีฤทธิ์กล้าหาญ
กูจะปลุกทั้งหนุมาน 
กูจะปลุกได้ถ้วนทุกประการ
กูจะปลุกทั้งพระประธาน 
กูจะปลุกทั้งพระเกษตรและพระปรอท 
กูจะปลุกทั้งพระฤษีนารอด
อันเธอทรงยอดพระปิฎกไตร

เธอจึงให้กูปลุกเครื่องบริสุทธิ์ตะกรุด และพิศมร 
กูจะปลุกผ้าประเจียด
แลมงคลให้คงทนแคล้วคลาด 

กูจะปลุกเครื่องเหล็กไหล แลทองแดง
ด้วยศาสตราคม อมสิทธิฤทธิ์ 
กูจะปลุกทั้งหินผา แลเขี้ยวงา
กูจะปลุกแหลนปลุกหอกปลุกดาบ
ปลุกธนูกำซาบ แลมีดพร้า

กูจะปลุกไม้ตำตาก กูจะปลุกได้สารพัด
ให้เป็นพระขรรค์ไชยศรี

กูจะปลุกลูกประคำทั้งพระภควัมบดี
กูจะปลุกทั้งฝูงผีทุกป่าช้าสารพัด
กูจะปลุกให้ลุกขึ้นทุกประกา
โอม ปลุกลุกขึ้นมารองรับพระราชโองการ สะวาหะ สะวาโหม ๚๛

 

โองการมหาทมื่น

________โอม นะ โม พุท ธา ยะ
กูจะกล่าวกำเนิดเกิดพระมหาทมื่น 
กูจะโยนตัวกูขึ้นไปเป็นกงไม้ไร่ 
ก็หักแหลกลงเป็นผุยผงทั่วทั้งเมืองสกลชมพู 
กูจะลำลึกถุงครูกูใครจะสู้กูก็บ่มิได้ 
ครูกูจึงให้กูเล่า พระคาถาพุทธังสรณังคัจฉามิ 
ธัมมังสรณังคัจฉามิ สังฆังสะระณังคัจฉามิ 
ภะคะวาไชยมังคะลัง อะระหัง สุคะโต 
นะโมพุทธายะวันทานัง ปาสุอุชา อิสะปะมิ 
พุทธสังมิ อิสวาสุ นะมะอะอุ อิกะวิติ 
วิสุทธิเสฐโฐ อะสังวิสุโลปุสะพุภะ 
อะระหังสุคะโตภะคะวา สังวิธาปุกะยะปะ 
อาปามะจุปะ ทีมะสังอังขุ ทุสะมะนิ 
สะธะวิปิปะสะอุ ทุสะนะโส จิเจรุนิ ตันนิพพุทติง 
นะมะนะอะ นอกอนะกะ กออนออะ 
นะอะกะอัง ตัถถะนะถะ อุมะอะยัง 
จิปิเสคิ คิเสปิจิ กันหะเนหะ นิระมหาสะตัง 
จะภะกะสะ นะมะพะทะ กะระมะถะ 
จะอะภะคะ นะมะกะยะ สุสิโมพุทโธภะคะวา 
สุสิโมธัมโมภะคะวา สุสิโมสังโฆภะคะวา 
โลกะนาโถมหิทธิโก นาสังสิโม 
ยะถาพะลังจังงังเหยหาย 
เดชะครูปัทธิยายจึงให้เป็นกำแพงเพชรทั้ง 7 
ชั้นกันตนกู คือ พระวิภังค์พระสังฆณี
พระปรมัตถะอัตถาจาริย์เจ้า
จึงให้คงแก่หอกดาบแหลนหลาว 
ธนูง้าวทั้งหน้าไม้ปืนไฟอย่าได้ต้องตนกู

เพชชะคงแก่ หอกเหล็ก 
หอกหล่อ หอกข้อเงิน 
หอกข้อทอง หอกสำริด
กริชทองแดงคงแก่แสงฟ้าผ่า 
คงทั้งข้างซ้าย คงทั้งข้างขวา 
คงทั้งข้างหน้า คงทั้งข้างหลัง 
คงทั้งนั้น คงทั้งยืน คงทั้งหลับ 
คงทั้งตื่น คงทั้งกลางคืน คงทั้งกลางวัน
ตรีเพชชะคงๆสวาหะ 

_____________โอมเอิกเกริกไตรภพตลบบาดาลเหาะทยานบนอากาศ
หมู่อสูรขยาด
มืดมัวกลัวกูอยู่ระย่อฤาษีเล้นซุกซ้อนนอนหลับอยู่กลางป่า
ทั้งขโมดมารยาเหาะทยานมา ช่วยกูหนุมานหลานพระไวยบุตร
สัปปะยุทธ
ด้วยอินทรชิตประสิทธิสรรพาง
ค์ล้างมารมัดตนได้เอาไปถวายแก่ราพย์
เจ้ากรุงลงกาหมู่อสูรยักษาจะฆ่ากูก็บ่มิตาย 

ด้วยเดชะพระนารายณ์ จุติลงมาบังเกิด 
นะโมพุทธายะ ตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวา เกศาผม 
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวา โลมาขน
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวา นะขาเล็บ 
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวา ทันตาฟัน 
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวา ตะโจหนัง 
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวา มังสังเนื้อ 
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวานหารูเอ็น 
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวา อัตถิกระดูก 
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
คงด้วยนะโมพุทธายะ 
พุทธังรักษา ธัมมังรักษา สังฆังรักษา 
บิดารักษา มารดารักษา พระอินทรักษา 
พระพรหมรักษา ครูบาอาจารย์รักษา 
อิมังกายะพันธะนังอะธิฏฐามิ ฯ

 

ตู้ (คุณไสย์เสกของเข้าตัว)

ตู้

ก่อนที่ผมจะเล่าเรื่องตู้ให้ฟัง ตู้ในที่นี้ไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ที่มีไว้เก็บของเก็บเสื้อผ้าแต่อย่างใด ตู้ในที่นี้คือการใส่ของเข้าไปในร่างกายของคน เช่นเสกหนังควายเข้าท้อง ก่อนหน้าจะเล่าขอบอกคาถาแก้ตู้สักหน่อย ผมจะไม่ขอเขียนคาถาตู้นะครับ เพราะมันอันตราย ขอเขียนคาถาแก้ตู้ดีกว่า

________________________________.

คาถาแก้ตู้ 
อุ่งสะเหล่สหลา มหาปังกี อุ่งเล็กๆ เพ็กๆ แก่ยอออแอ่ อุ่งเล็กหาเพ็กแหล่ อุ่งกะตือ กะตือ อุ่งสว่าลูสว่า

คาถาแก้โรคตาแดง บทที่ ๑
อุ่งสว่าลูสว่า อุ่งส่อส่อ อุ่งซักซัก อุ่งยะวะ ละ สวาหายะ

คาถาแก้โรคตาแดง บทที่ ๒
อุ่งพิสตะ อุ่งพิสต่ำ อุ่งนะแหย่ กุ่งสว่า ฮุ่ง ฮุง มาอุ๊ พุทธัง อุ่งสวาะ

คาถาจักเข็บขบ
อุ่งนะ  อุ่งนา  อุ่งลว่าลว่า  สวาหายะ  สวาหับ

คาถาเรียกคุณไสยออกจากตัว
โอม จิตตา ปิยัง มัยหัง สัพพธนัง ธสังทาสีลัง ราชากันมาวี อิตฺถีวา ตุเลวา สมเตหิวา พันนิ สันตุ

คาถากันกระทำ
นะพุทธังปิด นะธัมมังปิด พระสังฆังปิด 
พระเจ้าแผลงฤทธิ ปิดทวารทั้งเก้า 
หน้ากูเป็นหนัง หลังกูเป็นกระดูก 
คุณทำมิถูก นะโมพุทธายะ

คาถาป้องกันคุณไสย (กันยาพิษ ยาสั่ง)
เมสัมมุขา สัพพาหะระติ เตสัมมุขา

คาถาถอนโบสถ์ถอนสีมา
สมุหเนยฺย สมุหนติ สมุหคโต สีมาคตํ พทฺธเสมายํ
สมุหนิพตพฺโพ เอวํ เอหิ นะเคลื่อน โมถอน พุทคลอน
ธาเลื่อน ยะหลุดลอย

________________________.

………คำว่า ตู้ ในภาษาล้านนามิได้แปลว่าเครื่องเรือนที่ทำขึ้นเพื่อใส่สิ่งของหรือเสื้อผ้า แต่เป็นเรื่องของการทำร้ายผู้อื่นด้วยไสยศาสตร์ที่มีผลรุนแรง จนถึงแก่ความตายได้ ตัวอย่างเช่น การเสกหนังวัวหรือหนังควายที่แห้งให้เข้าไปอยู่ในท้องของคน ซึ้งหนังที่แห้งก็จะไปขยายพองตัวอยู่ในกระเพาะ ในลำไส้ ทำให้ผืที่ถูกทำร้ายได้รับความเจ็บปวดทรมาน ปวดที่บริเวณช่องท้องอยู่ตลอดเวลา หากเป็นหนังชิ้นโตก็ย่อมทำให้ตายได้ อีกตัวอย่างหนึ่งคือการเสกตะปูให้เข้าไปอยู่ในท้อง ครั้งละ ๔-๕ ดอก ซึ่งผู้ที่ถูกกระทำจะมีอาการปวดเจ็บบริเวณช่องท้อง 
………การกระทำด้วยไสยเวทดังกล่าวแม้แต่ในโลกที่เจริญแล้วอย่างปัจจุบัน การตู้ก็ยังปรากฏว่าเกิดขึ้นให้รู้ให้เห็นกันอยู่ ปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์บ้าง โดยการนำฟิล์มเอกซเรย์มาลงให้เห็นว่ามีตะปูอยู่ในท้อง และอย่างเมื่อหลายปีการมีสามเณรจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองป่าครั่ง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ถูกคนทำร้ายด้วยการตู้ เสกตะปูขนาดยาว ๓ นิ้ว ให้เข้าไปอยู่ในช่องท้องจำนวนหลายดอก มีอาการเจ็บปวด เมื่อให้หมอพื้นบ้านมารักษาด้วยการทำให้ฤทธิ์ของไสยศาสตร์เสื่อมลง จึงถ่ายตะปูออกทางทวารหนัก อีกทั้งมีเรื่องเล่าลือกันว่าเมื่อประมาณยี่สิบปีก่อน คณะแพทย์ที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิคเชียงใหม่ ก็ผ่าตัดได้ไม้กลัดหลายอันและมีเส้นผมพันอยู่ออกมาจากช่องท้องผู้ป่วย
………ทั้งนี้ การตู้หรือกระทำด้วยอาคมดังกล่าวมิอาจกระทำได้พร่ำเพรื่อ เพราะทางอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชามีข้อห้ามว่า ถ้าบุคคลอื่นได้ทำความเจ็บช้ำในใจให้จนน้ำตาตก คือการทำให้เสียใจจนร้องไห้ถึง ๓ ครั้ง จึงอาจจะพิจารณากระทำด้วยคุณไสยดังกล่าวได้ และผู้ที่รู้วิชาดังกล่าวนี้มักปกปิดไว้มิให้คนอื่นรู้ จึงทำให้หาข้อมูลได้ยาก และกล่าวกันว่าพวกกะเหรี่ยงเป็นผู้รู้วิชานี้
กล่าวกันว่า ในการตู้นั้นจะทำในเวลากลางคืน ผู้ตู้จะนำชิ้นหนังซึ่งอาจเป็นหนังสดหรือหนังแห้งก็ได้ อาจจะเป็นตะปู หรือไม่กลัดอย่างที่ใช้กลัดกระดาษกลัดกระทงที่มัดติดกันเป็นกลุ่มก็ได้ เมื่อนำมาวางไว้ต่อหน้าแล้วเริ่มเสกด้วยอาคมจนได้ที่แล้ว หนังหรือตะปูนั้นก็จะกลายเป็นแมลงภู่บินไปสู่บุคคลเป้าหมาย ซึ่งเมื่อใดบุคคลเป้าหมายเผลอก็จะเข้าไปสู่ร่าง แต่หากบุคคลเป้าหมายนอนอยู่ในมุ้งแล้ว แมลงภู่อาคมก็ไม่อาจเข้าสู่ร่างของบุคคลเป้าหมายได้ และมันจะบินกลับ ซึ่งหากผู้ตู้ไม่ระวังตัวแล้ว ตนเองอาจกลายเป็นผู้ถูกกระทำเสียเองก็ได้ ดังนั้นผู้ตู้จะต้องไม่เข้านอนจนกว่าจะแน่ใจและจะต้องระวังตัวอีกด้วย
………การตู้นั้นมีหลายวิธีหลายแบบ ตามแต่ละสำนักได้คิดค้นวิธีได้สำเร็จ ด้วยวิธีส่งเป็นแมลงภูนั้นเป็นสากล ผู้ตู้ส่วนใหญ่จึงมักจะให้วิธีนี้ แต่การบ่อยของตามลมตาอากาศก็เป็นการตู้ โดยนำหนังสดหรือหนังแห้ง ตะปู ไม้กลัดนำมาเสกอาคมจนได้ที่ก็จะปลิวหายไปแทรกตมอากาศแทรกไปตามลมพัด เมื่อถึงผู้ถูกกระทำหากเผลอ ของที่แทรกลมมานั้นก็จะเข้าไปในร่างกายของผู้ถูกกระทำได้ หากแต่ว่าผู้ถูกกระทำอยู่ในศีลในธรรมกำลังปฏิบัติธรรมอย่างพากเพียรแล้ว ของนั้นอาจจะตกหล่นอยู่มิไกลผู้ถูกกระทำ แต่หากบุญญาบารมีของผู้ถูกกระทำมีมาก ของก็จะแทรกสะท้อนกับมา ผู้ตู้ต้องระวังให้มาก หรือไม่ของที่แทรกมาตามลมก็จะปลิวไปเรื่อยหาที่จะเข้าไปสู่ร่างซึ่งร่างนั้นอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นร่างที่ผู้ตู้ต้องการทำร้าย ก็ได้ เพราะผู้ถูกกระทำมีเกาะศีลธรรม บุญบารมีคุ้มกันอยู่ ของจึงหาทางแทรกไม่ได้ พอหาทางแทรกไม่ได้ก็จะไปแทรกเขากับคนอื่นที่ไม่รู้เรื่อง

วิธีรักษา
………เมื่อผู้ป่วยรู้ตัวว่าถูกตู้ รักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบันไม่หาย ก็จะต้องไปให้หมอพื้นบ้านช่วยรักษาโดยการดื่มน้ำมนต์ เพื่อถอนหรือขับคุณไสย์ เมื่อได้รับการรักษาด้วยไสยศาสตร์ วัตถุที่อยู่ในท้องก็จะถูกขับออกมาทางทวารหนักให้เห็น หรือถูกขับให้อาเจียนออกมาก็ได้

__________________________.

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 24, 2012 in ประกาศ

 

โองการพระเจ้าห้าพระองค์ (น้ำมนต์มหาปทุม)

โองการพระเจ้าห้าพระองค์

……………โองการพระเจ้าห้าพระองค์ท่านอุปเท่ห์ไว้ว่า กลบทอิติปิโสแดทิศ หรือยันต์แปดด้าน มีคุณานุภาพสุดพรรณนา เทียบได้กับ โองการพระเจ้าห้าพระองค์ หรือที่เรียกว่าโองการมหาปทุม มีความโดดเด่นในทางการอัญเชิญพุทธานุภาพมาใช้ในวิทยาอาคมโดยตรง พระเจ้าห้าพระองค์นี้มาจากคติภัทรกัปป์ที่มีพระพุทธเจ้าทรงมาโปรดเวไนยสัตย์ ๕ พระองค์ เช่นเดียวกับประคำ ๕ ลูก หรือนวภาพระเจ้าห้าพระองค์นั้นเอง หากพิจารณาจะเห็นคำว่าปทุมในบทสวด
……………โองการพระเจ้าห้าพระองค์ มีในตำราพิชัยสงคราม ใช้ในทางกลศึกกุศโลบายว่าป้องกันศาตรา คงกายากะพันชาตรี ไม่มีศาตราวุธระคายผิว ป้องกันสิ่งอัปมงคลสิ่งชั่วร้ายและหมู่ไพรี ป้องกันคุณผีแลคุณคน ป้องกันคุณมนต์แลคาถา ป้องกันอุบาทร์แลจัญไร มีชัยเหนือศัตรูหมู่ไพรีพินาศ

ชุมนุมเทวดา

๏ สัคเค กาเม จ รูเป คิริสิขรตเฏ จันตลิกเขวิมาเน 
ทีเปรัฐเฐ จ คาเม ตรุวนคหเน เคหวัตถุมหิเขตเต 
ภุมมาจายันตุเทวา ชลถลวิสเม ยักขคันธัพพนาคา 
ติฏฐันตา สันติเกยัง มุนิวรวจนัง สาธโว เม สุณันตุ 
ธัมมัสสวนกาโล อยัมภทันตา 
ธัมมัสสวนกาโล อยัมภทันตา 
ธัมมัสวนกาโล อยัมภทันตา ฯ 

คาถาบูชาครู

๏ วันทิตวา สุคตังนาถัง 
พุทธัญจะ ธัมมัญจะ 
สังฆัญจะ สาธุกัง 
นโมพุทธายะ ทิพพมันตรานัง 
ปวักขามิ ยถาพลัง 
ปัญจอักขรา นิชาตา 
นโมพุทธายะ วันทะติ ฯ
๏ นมัสสิตวา อิสีสิทธิโลกนาถัง 
อนุตตรัง อิสีจะพันธนังสาตรา 
อหังวันทามิตัง อิสีสิทธิเวสสะ ฯ
๏ วันทิตวา อาจาริยัง 
คุรุปาทัง อาคัจฉาหิ 
สัพพกัมมา ประสิทธิเม 
สัพพะอันตรายัง วินาสสันติ 
สัพพสิทธิ ภวันตุเม ฯ
๏ มะ อะ อุ อะ ธิ กะ มู ลัง 
ตรีเทวานังมหาสาตรา 
อุอุ อะอะ มะมะ มันตรา 
อุอะสะวา มหามันตัง ฯ
๏ โองการพินธุนาถัง อุปปันนัง 
(นวกพรหม นามะ / พรหมา สหปตินามะ) 
อาทิกัปเป สุอาคโต ปัญจปทุมังทิสวา 
นโมพุทธายะ วันทนัง ฯ
๏ สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิการิย 
ตถาคโต สิทธิเตโช ชโยนิจจัง 
สิทธิลาโภ นิรันตรัง สัพพกัมมัง 
ประสิทธิเม สัพพสิทธิ ภวันตุเม ฯ
๏ ยมหัง สัมมาสัมพุทธัง ฯ 
ยมหัง สวากขาตัง ฯ 
ยมหัง สุปฏิปันนัง ……………..ฯ
๏ ยมหัง คุรุอาจาริยัง สรณังคโต 
อิมินา สักกาเรนะตัง ฯ
คุรุอาจาริยัง อภิปูชยามิ 
๏ ยมหังมาตาปิตูนัง สรณังคโต 
อิมินา สักกาเรนะตัง ฯ 
มาตาปิตูนัง อภิปูชยามิ

โองการพระพุทธเจ้า 5 พระองค์

๏ นะโมสุคะโต อะตีตาจะ 
๏ นะโมสุคะโต ปัจจุปปันนา 
๏ นะโมสุคะโต อะนาคะตา 
ปัญจะพุทธา มะเหสินัง 
อิทธะปะฐะวิง ปัญจะพุทธา 
สัพพัญญูตะญาระปะฏิเวธัง 
นะวะโลกุตะระ ธัมเมหิ 
สัพพเพสิขิพุทธามะเหสินัง 
เมตเตยโยพุทธะอะนาคะตา 
ปัญจะพุทธา ชาตา ปะถะวียัง 
มาตุคัพพา นิกขะมิตะวา 
มาตุคัพภัง ปะติฏฐิตัง 
จุติสันธิยังวา จะตุโลกะปาลารักขัง 
มะหาอัจฉิริยัง สะกะละมะหาปะถะวียาวะ 
อากาสะกังคัง ตัณหาโลกาหะลัง 
ตะถา สะระณัตถี สะมุททะคัมภีรัง 
ปะทุมะอุปะลังกะมุทธะชาตารักขันธะปัตตะ 
สังขัง ปะทุมา อุเจโตลังกา 
โตปะวะระปะทุมะ ปุปผิตะสะกะละ 
มะหาปะถะวียัง ปัตตะลัง 
ปะทุมุปปสัสะชาตา อากะสะ 
ทะวารังวิตาลังปะทุมะ อุปัลละสันธานัง 
สัตตะทิพพะตุริยัง ปะวะรัง 
ปะตากาสัง พุทโธ สะกะละ 
มะหาปะถะวียัง อาลุกา สิลาอุทะกา 
สัพเพสุวัณณะ รัชชะฏะชาตา 
สุวัณณะรัชชะฏะปุลาณังจะละติ 
ทุพภะลาปาตุระเหสุ สัพเพพิชชะปะถะวียัง 
ชะละพิชชะมูละ พิชชะธะรากัมปะรุกเขชาตา 
ทิพพะโอยานัง ตะถาอิทธิสังยุตัตโถ 
สัพพะพุทธา สัพพัญญูตัญญาณะ 
ปะติเวธัง ปะวะรัง อังคะลักขะณัง 
พุทธาฉัพพัณณะรัง สิยาโลกัง 
อะมัตถัทโธโลกะหิตังสีติโลกะ 
สะมัตถิโลกังพิชชังพานะโลกะเสฏฐัง 
โลกะหัสธัยยะสะมัตติเทวะ 
ปัจฉิง สุพุทธาอะธิฏฐานะสัจจัง 
อะหังปูชา อะหังวันทา 
อะหังปาสา โทมะนา 
สัพพะโสตถีจะ ปัญจะพุทธา 
ทะสะลักขะณา อะหัง คะเหตตะวา 
ทะเสสิเต สุวัณณะ 
ธัมมะชาตาวานิธิวาปาตุระเหสุง 
สัพพะพิชชะมะหะโว 
โสถะคุชชะลี โน ขันธิตตะวา 
อะหัง อุทังปาตุระเหสุง 
สุวัณณะธัมมะชาตาวาพิชชะปาตุระเหตุ 
ทะสาปะทะลักขะณะพุทธานัง 
นิสเสยยะยาคงคง พาลุกา 
มิตถิปัญญะปัญญะปุปผาลิลาเหโภขะละณี 
วะยันเต สุวัณณะ รัชชะฏาสะหะ 
สัพพะพิชชาขิปปะเมวะ สะมิชฌันตุ ฯ

๏ นะโม สุคะโต สิขิโต ปะวะโร 
นะโม กุกกุสันโธ พุทธะเสฏโฐ 
นะโม โกนาคะมะโน พุทธะเสฏโฐ 
นะโม กัสสะโป พุทธะอังโค 
นะโม โคตะโม โลกะหิโต 
นะโม เมตเตยโย มะหาวีโร 
ปัญจะพุทธาปะทะคะตา 
สะวัตถิลาภา ภุวันตุ เม ฯ

๏ สัพเพเทวาสะมาคะตา ปัสสันตุ เม 
สัชฌายะมันตัง สิขีสัมพุทธานุภาวเนะ 
สุวัณณะรัชชะฏัง อุปปันนัง 
กุกกุสันธะสัมพุทธานุภาเวนะ 
สุวัณณะรัชชะฏัง อุปปันนัง 
โกนาคะมะนัสสะสัมพุทธานุภาเวนะ 
สุวัณณะรัชชะฏัง อุปปันนัง 
กัสสะปะสัมพุทธานุภาเวนะ 
สุวัณณะรัชชะฏัง อุปปันนัง 
โคตะมะสัมพุทธานุภาเวนะ 
สุวัณณะรัชชะฏัง อุปปันนัง 
อะระหันโต อัคคะสาวะกาพิชะกัง 
สัพพะธะนัง สาวัตถิลาภา ภะวันตุ เม ฯ

๏ สัพเพเทวายักขาภูตา 
ปะริตตาปะเวอัตตะเน 
สัพเพราชาเมธิยะมะนุสสา 
สัพเพโกธา วินาสสันตุ 
ทิสสะวาตัญจะ ปิยะปุตตัง 
ปุตโตสิเนโห สัพเพชะนา 
ปะริชายะ มะหาโภโค 
มะหายะโส ภัยยะสัตรู 
วินาส สันติ ฯ

๏ นะ กาโร กกุสันโธ พุทโธ
โม กาโร โกนาคะมะโน พุทโธ
พุท กาโร กัสสะโป พุทโธ
ธา กาโร โคตโม พุทโธ
ยะ กาโร เมตเตยโย พุทโธ
ปัญจะพุทธา นะมามิหัง

๏ นโมนมัสการ เมแห่งข้าพระพุทธเจ้า 
จะขอนมัสการถึงพระพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์ 
อันทรงนามกร ชื่อพระกุกกุสันโธ 
ชื่อพระโคนาคม ชื่อพระกัสสโป 
ชื่อพระสากยมุนี ชื่อพระศรีอาริยไมตรี 

๏ ขอเดชะพระบารมี 
พระศรีสัพพัญญู จะขออาราธนาอัญเชิญ
พระองค์เจ้าเข้ามาช่วยปราบมารกุลี 
ทั้งฝูงผีปีศาจราชทูต ทั้งผีภูตและผีพรายเปรตอสูรกาย 
มายาโรคาอันตราย สารพัดอาวุธสิ้นทั้งหลาย 
ขอให้แคล้วคลาดทั้งสิงห์สัตว์อันร้ายกาจ 
ขอให้ขาดจากอุบาทว์และจัญไร 
ทั้งคุณไสยอันเขาใช้มาแต่เมืองต่ำและเมืองบน 
ทั้งคุณผีและคุณคน 
ผ้าพยนต์และอาภรรพ์อันเขาฝังไว้หาทางกลางประตู 
ขอพระสัพพัญญูจงมาทำลายให้พ่ายแพ้ด้วยพระวิชชา 

๏ ข้าพเจ้าจะขออาราธนา
พระธรรมเจ้า ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
อันสว่างทั่งโลกทั้งหลายต่างประทีปแก้วชัชวาล 
โปรดสรรพสัตว์ให้พ้นจากทุกข์อบาย
เดชะพระธรรมเจ้าทั้งหลาย 
ขอให้หายสารพัดอันมิดีอย่ามีมา 
ข้าพเจ้าจะขออาราธนา พระสงฆ์ 
อันทรงศีลบริสุทธิ์เข้ามานั่งตั้งพิธี 
ข้าจึงตักเอาน้ำในสระโบกขรณี 
มาชำระโทษอันตรายด้วยบาปกรรมทั้งหลาย
คือกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม 
อันได้ทำมาแต่ชาติก่อนและหนหลัง 
น้ำใจข้าได้ตั้งตรงต่อ

๏ ขออาราธนาคุณพระสงฆ์เจ้า
เข้ามาสวดพระพุทธมนต์ 
จับด้ายมงคลวงหม้อน้ำได้สามชั้น 
ข้าจะขอล้างโทษอันตรายสารพัดเคราะห์ 
สารพัดโศก สารพัดโรค สารพัดภัย 
สารพัดเสนียดจัญไร วินาสสันติ 

๏ พุทธังจักรวาฬัง อหังวันทามิ ประสิทธิเม ฯ
ธัมมังจักรวาฟัง อหังวันทามิ ประสิทธิเม ฯ
สังฆังจักรวาฬัง อหังวันทามิ ประสิทธิเม ฯ

๏ อุณหิส์สวิชโย ธัมโมโลเกอนุต์ตโร 
สัพเพสัตตหิตัตถาย ตังตวัง คัณหาหิเทวเต 
ปริวัชเชราชทัณเฑ อมนุสสัคคิปาวเก 
พยัคเฆนาเควิเสภูเต อกาลมรณเนวา 
สัพพัสมามรณามุตโต ฐเปตวากาลมาลิตัง 
ตัสเสวอานุภาเวน โหตุเทโวสุขีสทา 
สุทธสีลังสมาทานัง ธัมมังสุจริตังจเร 
ตัสเสวอานุภาเวนะ โหตุเทโวสุขีสทา 
ลิกขิตังจิน์ติตังปูชัง ธารนังวาจนังคุรุ 
ปเรสังเทสนังสุตวา ตัสสอายุปวัฑฒติ ฯ

๏ อิรชาคตรสา ติหังจโตโรถินัง 
ปิสัมรโลปุสัตพุท์ โสมาณกริถาโธ 
ภสัมสัมวิทเทภ คพุท์ปันทูธัมวค 
วาโธโนอมมวา อวิสุนุตสานุส์ติ ฯ

๏ อิติปิโสสัมปันโนสุคโตภควาติ 
อิติอรหังภควาติ ภควา วาอิรา 
ตวามยุตะ อิติภควาอิติมะอะอุ 
พุทธานุสติ ธัมมานุสติ 
สังฆานุสติ อิติปัสวาติ

๏ กายปัสสะทิ จิตตปัสสะทิ 
กายลหุตา จิตตลหุตา 
กายมุทุตา จิตตมุทุตา 
กายกามยตา จิตตกามยตา 
กายพระคุณ์ญตา จิตพระคุณ์ญตา 
กายสุคพุทธานุสติ จิตสุคพุทธานุสติ

๏ ชาโล มหาชาโล ชาลัง มหาชาลัง 
ชาลิเต มหาชาลิเต ชาลิตัง มหาชาลิตัง 
มุตเต มุตเต สัมปัตเต มุตตัง มุตตัง สัมปัตตัง 
สุตัง คมิติ สุตัง คมิติ มัคคะยีติ ทิฏฐิลา ทัณฐะลา 
โรคิลา กะระลา ทุพพลา ริตติ ริตติ กิตติ กิตติ 
มิตติ มิตติ จิตติ จิตติ มุตติ มุตติ จิตติ จิตติ 
ธารณีติ ธารณีติ อิทัง ธารณะ ปริตตัง

๏ สัพพะทุกข์ สัพพะโศก 
สัพพะโรค สัพพะภัย 
สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร 
วิวันชัยเย สัพพะธะนัง 
สัพพะลาภัง ภวันตุเม 
รักขันตุ สุรักขันตะ

(คัดลอกมาจากคัมภีร์พิชัยสงคราม)

 
3 ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 24, 2012 in ประกาศ

 

โองการพระอรหันต์แปดทิศ (น้ำมนต์มหามะกรูด ๘ กิ่ง)

โองการพระอรหันต์แปดทิศ

……….กล่าวถึงท้าวเวสสุวรรณได้ทำยาพิษขึ้นมา แล้วท้าวกุเวรพร้อมด้วยบริวารยักษ์ ได้นำยาพิษไปโปรยตามที่ต่างๆ จนมนุษย์และสัตว์ได้รับความเจ็บป่วยและตาย พระพุทธเจ้าจึงให้พระอรหันต์แปด พระองค์ไปปราบยักษ์และถอนพิษเหล่านั้น ซึ่งได้แก่ พระสารีบุตรที่ทิศบูรพา พระกัสสปะที่ทิศอาคเนย์ พระโมคคัลลานะที่ทิศทักษิณ พระอานนท์ที่ทิศหรดี พระโกณฑัญญะที่ทิศประจิม พระควัมปติที่ทิศพายัพ พระกัจจายนะที่ทิศอุดร และพระราหุลที่ทิศอีสาน
……….โองการพระอรหันต์แปดทิศใช้ปรุงนำมนต์แก้พิษ ถอนพิษทั้งปวง ปราบยักษ์ ไล่ผี แก้คุณผีแก้คุณยักษ์ บางท่านเรียกว่า “โองการมหามะกรูด ๘ กิ่ง” 

_____________________________.

๏ พุทโธ จ มัศมน ชิโมเชฏโฐ 
ข้าพเจ้าจะประนมบังคมบาทชุลีกรอภิวาท 
ปางเมื่อพระพุทธองค์เสด็จ
จะมาตรัสในร่มไม้ชัดพระศรีมหาโพธิ์ 
พระองค์เสด็จจะมาโปรดเวไนยสัตว์
อันฝูงชนต้องวิบัติทุกสิ่งสรรพ์ 
ด้วยท้าวเวสสุวรรณอันเรืองฤทธิ์ 
ปรุงยาพิษประกอบกับหมู่คณาฝูงปีศาจ 
ทั้งท้าวกุเวรนุราชกุมภัณฑยักษ์ 
ชื่ออัคคมูขีผีป่าโปง ผีตายโหงแลภูติพราย 
เอาห่อยาไปเที่ยวโปรยปรายไว้ทุกเส้นหญ้า 
ในคงคาห้วยแลหนอง ฝูงสัตว์ถูกต้องเจ็บปวดตาย 
คนทั้งหลายออกทรพิษ เป็นฝีหิดพิษมืดมัว 
เจ็บปวดหัวไปทุกแห่งหน เกิดพิกลไปทุกแห่ง 
ปางสมเด็จพระบรมพิชิตมารนี้สุทธนาการ 
ท่ามกลางอรหันต์ล้อมทั้งแปดทิศ 
โปรดประสิทธิ์กับพระมหาเถรทั้งแปดพระองค์
ท่านจึงชวนกันไปช่วยขับไล่ล้างพิษที 
พระมหาเถรถวายอัญชุลีบังคมลา 
ต่างกระทำซึ่งเดชาทั้งแปดพระองค์ 
บ้างก็ทรงสำแดงล้างพิษที ขับฝูงผีด้วยฤทธา ๛

ฯ ๑ ฯ สารีปุตฺโต จ ปพฺพายํ 
ฝ่ายพระสารีบุตรพระมหาเถรเจ้า
เสด็จเฝ้าอยู่บูรพทิศ ได้ประสิทธิ์ขับปีศาจ 
ให้เร่งกวาดเอาห่อยาใบยาชาจากนคร 
อสูรปีศาจเร่งร้อน 
แตกตื่นหนีกระจัดกระจายไปทุกแห่ง 
พระองค์ทรงสำแดงฤทธิ์ 
เนรมิตเป็นกำแพงศิลาแลงสูงสองโยชน์ 
โดยฤทธิโสดประสิทธิให้แก่กู 
อมหุลุๆ สะวาหาย นะถอน โมลุด พุทเคลื่อน ธาคลาย 
ยะสูญหายไปบัดนี้ คัดชะอะมุมหิโอกาเสติถาหิ

ฯ ๒ ฯ อคฺคเนยฺเย จ เรวตฺโต กสฺสโป 
ฝ่ายพระกัสสปะพระมหาเถรเจ้า 
พระองค์เสด็จเฝ้าอยู่ทิศอาคเนย์
กล่าวอุปะเทแก่หมู่มารปีศาจตามวิสัย 
มีตนใหญ่เท่าแผ่นฟ้ามีหน้าใหญ่เท่าแผ่นดิน 
มึงไปเที่ยวกินมนุษย์แลฝูงสัตว์
มึงเร่งกำจัดไปอย่าช้า กูจะว่าด้วยพระคาถา 
อิติปิโสภควา ก ข คฺค ฆฺฆ งฺง ฯลฯ 
สะหะละอัง ฯ พระองค์ประสิทธิ์
ต่างเป็นกำแพงศิลาแลงสูงห้าโยชน์ 
โดยฤทธิโสดประสิทธิให้แก่กู 
อมหุลุๆ สะวาหาย นะถอน โมลุด พุทเคลื่อน ธาคลาย 
ยะสูญหายไปบัดนี้ คัดชะอะมุมหิโอกาเสติถาหิ

ฯ ๓ ฯ ทกฺขิเน อุตเร โมคฺคลฺลาโน 
ฝ่ายพระโมคคัลลาพระมหาเถรเจ้า
เสด็จเฝ้าอยู่ทักษิณ ขับอสูรมารไพรีในใต้หล้า 
พระองค์มาเนรมิตให้เป็นไฟไหม้เผา 
ฝูงสัตว์ง่วงเหงาวินาศผุยผง 
ด้วยฤทธิ์ของพระองค์ประสิทธิให้แก่กู
อมหุลุๆ สะวาหาย นะถอน โมรุด พุทเคลื่อน ธาคลาย 
ยะสูญหายไปบัดนี้ คัดชะอะมูมหิโอกาเสติถาหิ

ฯ ๔ ฯ อานฺนท หรติยํ 
ฝ่ายพระอานนท์พระมหาเถรเจ้าพระองค์
เสด็จเฝ้าอยู่ทิศหรดี 
ขับฝูงผีทั้งนายบ่าวคำกูกล่าวอย่าแถลง
พระองค์ทรงสำแดงฤทธิ์ 
เนรมิตรเป็นกำแพงศิลาแลงสูงห้าโยชน์
โดยฤทธิโสดประสิทธิ์ให้แก่กู
อมหุลุๆ สะวาหาย นะถอน โมลุด พุทเคลื่อน ธาคลาย 
ยะสูญหายไปบัดนี้ คัดชะอมุมหิโอกาเสติถาหิ

ฯ ๕ ฯ โกณฺฑญฺโญ จ ปฺรจิมฺเม 
ฝ่ายพระโกณฑัญญะพระมหาเถรเจ้า
เสด็จเฝ้าอยู่ประจิมทิศ
ทรงสำแดงฤทธิเดชา ขับผีป่าผีโป่ง ผีโรงผีศาล 
ผีกินกบาลอย่าอยู่นานเร่งออกไป 
ด้วยฤทธิไกรพระโกณฑัญประสิทธิให้แก่กู
อมหุลุๆ สะวาหาย นะถอน โมลุด พุทเคลื่อน ธาคลาย 
ยะสูญหายไปบัดนี้ คัดชะอะมุมหิโอถาเสติถาหิ

ฯ ๖ ฯ พายพฺพเย จตวาหตฺถ 
ฝ่ายพระภควัมปติพระมหาเถระเจ้า
เสด็จเฝ้าอยู่ทิศพายัพ
ได้สดับโองการได้ประหารขับผีปีศาจภูติร้ายกาจ 
ผีโขมดขมานยา ผีละว้าตีนเดี่ยว
ไปเที่ยวกินคนเป็นอาหาร 
ได้ฟังโองการพระภควัมปติ หลบหลีกหนีให้่พ้น 
ด้วยมนต์พระภควัมปติประสิทธิ์ให้แก่กู 
อมหุลุๆ สะวาหาย นถอน โมลุด พุทเคลื่อน ธาคลาย 
ยะสูญหายไปบัดนี้ คัดชะอะมุมหิโอกาเสติถาหิ

ฯ ๗ ฯ อุตฺตเร จ กัจจายนะเถรพระผู้เป็นเจ้า 
พระองค์เสด็จจะเฝ้าอยู่อุตตรทิศ 
พระเนรมิตเป็นกำแพงศิลาแลงสูงห้าโยชน์ 
พระเสด็จมาโปรดให้เป็นสุข 
ให้พ้นทุกข์จากโรคโรคา 
สัพเพยักขาอะระปีศาจ ก็ไม่อาจจะอยู่ชา
ด้วยมนตราประสิทธิ์ให้แก่กู 
อมหุลุๆ สะวาหาย นะถอน โมลุด พุทเคลื่อน ธาคลาย 
ยะสูญหายไปบัดนี้ คัดชะอะมุมหิโอกาเสติถาหิ

ฯ ๘ ฯ ราหุโล เจว อีสาเน 
ฝ่ายพระราหุลพระมหาเถรเจ้า 
พระเสด็จเฝ้าอยู่ทิศอีสาน 
พระองค์จะประหารพวกอสัตย์บาน 
กูจะปราบมึงให้ราบลื่นดุจพื้นพสุธา 
กูจะเรียกด้วยพระคาถาว่า อาคจฺฉาย อาคจฺฉาหิ 
มึงมานี้กูจะว่าให้มึงฟัง มึงเร่งระวังตัวหัวมึงจะขาด 
มึงมิอาจที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์ 
ด้วยพระพุทธบัญญัติแรกปฐม 
มึงกินแต่อาจมเป็นอาหาร 
เหล่าพวกมิจฉาจารเปรตอสูรกาย 
มึงอย่ามายที่จะได้เกิด แต่เอากำเนิดในนรก 
ทำโกหกพระศาสนา ฝูงประชามาล้มตาย 
ให้พรัดพรากลูกแลเมีย 
มึงเร่งกำจัดเอาพิษของมึงออกไปเสียจากคนใค 
กูจะเฆี่ยนมึงด้วยหวายลงด้วยพระวิประสิทธิศักดิ์ 
กูเอาองครักษ์มาปักขึง มัดมึงกลิ้งลงกับพระธรณี 
กูจะเฆี่ยนกูจะตีให้ย่อยยับกูจะผ่า กูจะสับให้เป็นชิ้นๆ 
ดิ้นอยู่หลุบๆ กูจะต่อยกูจะทุบด้วยกระบองเพชร 
ให้มึงเข็ดให้มึงหลาบ กูจะปราบมึงให้
เป็นจุลวิจุล ด้วยอำนาจพระราหุลประสิทธิให้แก่กู 
อมหุลุๆ สะวาหาย นะถอน โมลุด พุทเคลื่อน ธาคลาย 
ยะสูญหายไปบัดนี้ คัดชะอมุมหิโอกาเสติถาหิ

สํ โมหติสมุหตา สหเสมาสหเนยฺย 
นะถอด โมถอน พุทคลอน ธาเคลื่อน 
ยะลุด ปสฺสสิ อาวุโสตาอาปจฺจ

โย พุทโธพุทธัสกำจัดออกไป 
อย่าเข้ามาใกล้เสมามณฑล 
ออกไปให้พ้นวินาศสันติ 
คัดชะอะมุมหิโอกาเสติถาหิ 
หิริโอสับพะสำปันน้า สูกคะทำมะสะมาหิตาสันโต 
สัปปุริสาโรเกเทวะทำมาติวุดจะเร คัดชะเนเหตุปัจโย 
เอเหเทเสสิ คัดชะอะมุมหิโอกาเสติถาหิ ฯ 

สัมพุทโธ ทิปะทัง เสฏโฐ
นิสินโน เจวะ มัชฌิเม
โกณฑัญโญ ปุพพะภาเค จะ
อาคเณยเย จะ กัสสะโป
สารีปุตโต จะ ทักขิเณ
หะระติเย อุปาลิ จะ
ปัจฉิเมปิ จะ อานันโท
พายัพเพ จะ ควัมปะติ
โมคคัลลาโน จะ อุตตะเร
อีสาเนปิ จะ ราหุโล
อิเม โข มังคะลา พุทธา
สัพเพ อิธะ ปะติฏฐิตา
วันทิตา เต จะ อัมเหหิ
สักกาเรหิ จะ ปูชิตา
เอเตสัง อานุภาเวนะ
สัพพะโสตถี ภะวันตุโน

อิจเจวะมัจจันตะนะมัสสะเนยยัง
นะมัสสะมาโน ระตะนัตตะยังยัง
ปุญญาภิสันทัง วิปุลัง อะลัตถัง
ตัสสานุภาเวนะ หะตันตะราโย

จบโองการพระอรหันต์แปดทิศ

 
1 ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 24, 2012 in ประกาศ

 
 
%d bloggers like this: