RSS

วัดนาปัง

17 มี.ค.

วัดนาปัง ตั้งอยู่กลางหมู่บ้านนาปัง หมู่ ๒ ตำบลนาปัง  อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ในอดีตเป็นวัดของคณะศรัทธาบ้านนาปัง เมื่อบ้านนาปังได้แบ่งแยกเป็น ๒ หมู่บ้าน คือ บ้านนาปังและบ้านสบแก่น วัดนาปังจึงเป็นวัด ๒ คณะศรัทธาบ้านนาปังและบ้านสบแก่น ซึ่งในครั้งยังไม่แบ่งเป็น ๒ หมู่บ้าน บ้านนาปังจึงถือว่าเป็นหมู่บ้านหนึ่งที่ติดกับแม่น้ำน่าน และสาเหตุให้บ้านนาปังมีเรือแข่งด้วย(ผมจะกล่าวไว้ที่พิพิธภัณฑ์วัดนาปัง)


ผมจะเล่าประวัติโดยสังเขปของวัดนาปัง ในสมัยสุโขทัยมีครั้นเวลาหนึ่งที่น่านถูกข้าศึกโจมตี เจ้าผู้ครองนครน่านจึงได้มาลี้ภัยและก่อตั้งหมู่บ้านนาปังที่นี่ขึ้น จากนั้นก็ได้สร้างวัดนาปังขึ้นมา เมื่อศึกสงบแล้วเจ้าผู้ครองนครน่านก็ได้กลับไปยังเมืองน่านดังเดิม หลังจากนั้นก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์วิหารวัดนาปังครั้งใหญ่อยู่ ๒ ครั้ง คือครั้งที่ ๑ เจ้าอนันตวรฤทธิ์เดชผู้ครองนครน่านได้ทรงนำช่อฟ้าวิหาร ๔ ช่อมาปฏิสังขรณ์วัด ปัจจุบันช่อฟ้าดังกล่าวได้เปลี่ยนใหม่ และนำช่อฟ้าวิหารเก่ามาเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์วัดนาปัง และการปฏิสังขรณ์ใหญ่ครั้งที่ ๒ เป็นการลื้อเอาวิหารเก่าออกแล้วสร้างใหม่ เนื่องด้วยวิหารเก่าชำรุดมากแล้ว ภายในวิหารประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะแบบสุโขทัยประมาณอายุได้มากกว่า ๔๐๐ ปี เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ และมีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางลีลาอีก ๒ องค์อยู่ด้านซ้าย ๑องค์ และด้านขวา ๑ องค์ ลักษณะของพระพุทธรูปปางลีลานี้คล้ายกับพระพุทธรูปคู่ปางลีลา ค่าควรเมือง ที่วัดพญาภู อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ซึ่งจะพบพระพุทธรูปนี้เพียง ๒ วัดนี้เท่านั้นในจังหวัดน่าน จากการสันนิษฐานพบว่าพระพุทธรูปคู่ปางลีลา ค่าควรเมือง ที่วัดพญาภูมีอายุมากกว่า ๔๐๐ ปี จึงทำให้ทราบว่าพระพุทธรูปปางลีลาที่วัดนาปังมีอายุประมาณ ๔๐๐ ปี


พระประธาน

พระพุทธรูปปางลีลา องค์ด้านซ้าย

พระพุทธรูปปางลีลา องค์ด้านขวา

หอธรรม

หอธรรม ซุ้มประตู หอกลอง

ประตูหอธรรม

หอธรรมที่วัดนาปัง สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒,๔๐๐ หอธรรม เป็นอาคารสี่เหลี่ยมทรงสูง  ใต้ถุนโปร่ง  มีเสาขนาดใหญ่บนฐานสี่เหลี่ยม  ก่ออิฐถือปูนจำนวน  ๑๖ ต้น  ตั้งอยู่บนฐานปัทม์  ฝาทำด้วยไม้  มีคันทวยไม้แกะสลักรองรับชายคา  ด้านละ  ๔  อัน หลังคาจั่วลดชั้นแบบปั้นหยา มีช่อฟ้าใบระกา  เป็นที่เก็บคัมภีร์ใบลาน โดยภายในมีหีบธรรม ๑๓ หีบ มีคัมภีร์ใบลานทั้งหมด ๓,๐๐๐ ผูก อักษรล้านนาและตั๋วเมืองในคัมภีร์ใบลานของวัดนาปังมีความสวยงามมากที่สุดของภาคเหนือ (ผมก็ได้ศึกษาสามารถอ่านออก-เขียนได้ แต่ลายมือก็ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นัก พอไปวัดไปวากับเขาได้) จึงได้ยึดถือเป็นแบบอย่าง ปัจจุบันคัมภีร์ใบลานบางส่วนถูกนำไปเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย และได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมศิลปากรแล้ว
โฮงครูบาบุญศรี(พิพิธภัณฑ์วัดนาปัง) อดีตเป็นกุฏิพระ สร้างโดยครูบาบุญศรี อินทรสาโร เจ้าอาวาสวัดนาปังในสมัยนั้น ครูบาบุญศรีท่านเป็นหลานของครูบาวัง ครูบาบุญศรีท่านเก่งอยู่หลายเรื่องทั้งความสามารถช่างไม้ของท่าน โดยเฉพาะหัวเรือบ้านนาปัง และลายสาหร่ายรวงผึ่งที่เก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงกุฏิหลังเก่าซึ่งอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ลายสาหร่ายรวงนี้ครูบาศรีเป็นผู้ออกแบบเอง ทั้งในเรื่องวิชาอาคมเป็นที่เรื่องลือประจักษ์แก่สายตาชาวบ้านมามาก และท่านก็ได้รวบรวมกำลังชาวบ้านช่วยกันสร้างกุฏิหลังใหม่ขึ้นแทนหลังเดิมที่เป็นกุฏิไม้ ตามคำจารึกบนฝาผนังว่า “พระบุญศรีพร้อมด้วยศรัทธาทุ้กชายหญิงได้สร้างตึกหลังนี้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๙ สำเร็จแล้วไน พ.ศ. ๒๔๙๐ เดือน ๘ น่านแรม ๓ค่ำวันจันทร์ได้ถวายทานให้แก่พระสงฆ์ ๕๐ รูป เป็นการเสร็จกำหนดรวมเงินสร้าง ๖,๐๐๐ บาท รวมปูนขาว ๑๓ ล้าน สร้างศาลาบาตรในพ.ศ.๘๗ รวมก้อนอิฐ ๘ หมื่น สร้างพระพุทธรูปทันไจเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๙ เดือน ๕ น่าน ขึ้น ๑๕ ค่ำ วันพุทธ” จากจารึกทำให้ทราบว่าโฮงครูบาสร้างพ.ศ. ๒๔๘๙ และแล้วเสร็จในปีพ.ศ. ๒๔๙๐ และทำให้ทราบถึงพระพุทธรูปทันใจว่าสร้างในวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ น่าน พ.ศ. ๒๔๘๙
พระพุทธรูปทันใจ หรืออีกชื่อหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกกันคือ พระเจ้าทันใจ เป็นพระพุทธรูปที่มีวิธีสร้างแบบพิเศษกว่าพระพุทธรูปแบบอื่นๆคือ เป็นพระพุทธรูปที่ต้องสร้างเสร็จในวันเดียว โดยเริ่มนับเวลา ๐ นาฬิกาของวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ น่าน พ.ศ. ๒๔๘๙ จะมีการตีระฆังบอกเวลาเริ่ม จากนั้นก็เริ่มสร้างพระพุทธรูปกันเลย โดยมีการปั่นด้ายสายสิญจน์ สร้างองค์พระ ทำข้าวมธุปายาส และพิธีกรรมอื่นๆอีกมากมาย พอเวลา ๒๔ นาฬิกาวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ น่าน พ.ศ. ๒๔๘๙ ก็จะมีเสียงระฆังอีกครั้งบอกว่าพระพุทธรูปทันใจสร้างเสร็จแล้ว ดังนั้นในวัดนาปังจึงมีงาน ๕ เป็งปิดทองพระเจ้าทันใจวัดนาปัง  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้  ตามความเชื่อที่ถือกันมา พระพุทธรูปทันใจนี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาก เพราะชาวบ้านเชื่อว่าถ้าขอพรแล้วพรจะสำเร็จผลได้รวดเร็วทันใจ เช่นเดียวกันกับชื่อพระพุทธรูปที่ว่า ทันใจ


โฮงครูบาบุญศรี

จารึกบนฝาผนังพิพิธภัณฑ์

กลับมาที่โฮงครูบาบุญศรี ปัจจุบันได้เป็นพิพิธภัณฑ์วัดนาปัง โดยตัวพิพิธภัณฑ์ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรไว้แล้ว สำหรับวัตถุจัดแสดงที่จัดแสดงไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ โดยจัดแสดงเป็น ๒ ส่วน คือ ชั้นล่างและชั้นบน ชั้นล่างจัดแสดงวัตถุจัดแสดงจำพวกเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ในครัวเรือน ในห้องครัว ในการประกอบอาชีพ เครื่องดนตรี มีทั้งเครื่องมือในการทอผ้า เครื่องมือทางการเกษตร ฯลฯ ซึ่งปัจจุบัน เครื่องมือส่วนใหญ่เหล่านั้นไม่ถูกนำมาใช้แล้ว บางชิ้นผมยังไม่เคยเห็น สงสัยว่าผมคงเกิดไม่ทัน สำหรับชั้นบนมี ๒ ห้อง ห้องหนึ่งจัดแสดงหัวเรือ ๓ หัว หางวรรณ ๑ หาง ช่อฟ้าวิหารเก่า ๔ ช่อ และอื่นๆ ส่วนอีกห้องเป็นห้องพระจัดแสดงคัมภีร์ใบลานบางส่วน วัตถุมงคล ชิ้นส่วนกุฏิหลังเก่า รูปครูบาบุญศรี รูปครูบาวัง และอื่นๆ บนฝาผนังห้องนี้มีคำจารึกดังกล่าวมาในข้างต้น

วัตถุจัดแสดงในชั้นล่าง

วัตถุจัดแสดงในชั้นล่าง

วัตถุจัดแสดงในชั้นล่าง

บันไดขึ้นชั้นบน เวลาเดินขึ้นก็ต้องระวังนิดหนึ่งเดี๋ยวลื่น เพราะพวกเราช่วยกันขัดเงา

ระเบียงชั้นบน เก้าอี้ที่วางอยู่สามารถนั่งพักได้นะคับ

Advertisements
 
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: