RSS

ต๋าแหลว (ตาเหลว)

22 มี.ค.

ต๋าแหลว หรือ ตาเหลว เป็นเครื่องจักสานชนิดหนึ่ง ทำจากไม้ใผ่ จะทำจากตอกหนึ่งก้านที่หักไปมาเป็นแฉก หรือจะทำจากตอกหลายก้านมาสานรวมกันเป็กแฉกก็ได้ สำหรับ คำว่า ต๋าแหลว หรือ ตาเหลว เป็นภาษาเหนือ แต่ถ้าจะเรียกชื่อเป็นภาษากลาง ก็คือ เฉลว ทำขึ้นเพื่อจุดประสงค์เป็สัญลักษณ์บอกสถานที่ ในอดีตภาคกลางใช้เฉลว เป็นเครื่องบอกด่านเก็บภาษีอากรทางน้ำ หรือที่เรียกว่าการเก็บจังกอบ ถ้าเห็นสัญลักเฉลวอยู่ที่ท่า แสดงว่าท่านี้เป็นด่านจังกอบ
แต่ถ้าหากเป็นความเชื่อล่ะก็ เฉลว จะเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์บ่งบอกถึงเขตห่วงห้าม เขตป้องกันสิ่งชั่วร้าย สิ่งไม่ดี ชาวบ้านจะนำเฉลวมาประกอบพิธีต่างๆเกี่ยวกับความเชื่อ อาทิ การสู่ขวัญข้าว สืบชะตา ทำบุญบ้าน ทำบุญเมือง มัดติดหน้าบ้าน ปักบนหม้อยา ปักไว้ในที่ไม่ใช้ผีผ่าน  และที่สำคัญในการประกอบการปลุกเสกที่เป็นพุทธคุณ หรือพุทธาภิเสก ก็จะมีเฉลวมัดติดกลับรั่ว ๔ ทิศ สำหรับให้พระสงฆ์เจริญมนต์พุทธาภิเษก ที่เรียกว่า ราชวัตร
เฉลวถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างหนึ่ง ที่เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งหวงห้ามอันมีเจ้าของอยู่แล้ว เป็นสัญลักษณ์ความพิเศษอีกด้วย โดยเฉพาะหม้อต้มยา หลังจากปิดหรือไม่ปิดด้วยใบตองอ่อนก็ดี จะมีการปักเฉลวเล็กไว้บนหม้อต้มยา มีนัยว่าเพื่อบอกว่าหม้อนี้คือยาต้มนะไม่ใช้น้ำต้มหรือแกงต้ม แต่ทางความเชื่อแล้วหม้อยามีครูบาอาจารย์มีสิ่งศักดิ์สิทธ์สถิตอยู่ เพื่อรักษาคุณยาที่ต้มทั้งปวง โบราณจารย์กล่าวว่าอย่าให้ผีข้ามหม้อยา เพราะจะทำให้ยาต้มเสื่อมคุณประโยชน์ ดังนั้นเฉลวเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ป้องกันผีร้ายหรือสิ่งชั่วร้ายทำลายคุณของยา ในการสู่ขวัญข้าว เฉลวถูกนำมาใช้เพื่อป้องกันมีให้ผีร้ายเข้ามาทำลายพระแม่โพสพ
ชนิดของเฉลว ถูกแบ่งออกตามจำนวนแฉก คือ
๑.เฉลวที่เป็นรูปสามเหลี่ยม หรือมีสามแฉก มีความหมายว่า มะ อะ อุ เฉลวชนิดเมื่อตั้งไว้แล้วจะเหมือนกับว่ามีคนมานั่งสวดคำว่า มะ อะ อุ ตลอดเวลา ทำให้ผีไม่กล้าเข้าใกล้
๒.เฉลวที่เป็นรูปดาวห้าแฉก มีความหมายว่า นะ โม พุท ธา ยะ  เฉลวชนิดเมื่อตั้งไว้แล้วจะเหมือนกับว่ามีคนมานั่งสวดคำว่า นะ โม พุท ธา ยะ ตลอดเวลา ทำให้ผีไม่กล้าเข้าใกล้
๓.เฉลาที่เป็นรูปแปดแฉก มีความหมายว่า อิติปิโส ภควตา เฉลวชนิดเมื่อตั้งไว้แล้วจะเหมือนกับว่ามีคนมานั่งสวดคำว่า อิติปิโส ภควตา ตลอดเวลา ทำให้ผีไม่กล้าเข้าใกล้

ในชาวล้านนามีต๋าแหลวอีกประเภทหนึ่ง สานง่ายแต่สานเป็นยาก เพราะมั้นมีลักษณะพิเศษคือมีเจ็ดชั้น สานต่อกันโดยสานต่อไปเรื่อยๆ และสามมารถสามารถต่อชั้นขึ้นไปได้อีก และอย่าเข้าใจผิดว่าสานเจ็ดอันเอามามัดรวมกันล่ะคับ ความยากคือการต่อชั่นแต่ละชั้น ถ้าต่อผิด ถึงจะดูเหมือนต๋าแหลวแต่นั่นไม่ใช่ต๋าแหลว เราชาวเหนือมีชื่อเรียกต๋าแหลวนี้หลายชื่อ ต๋าแหลวเจ็ดจั้น ต๋าแหลวใบคา ต๋าแหลวคาเขียว ต๋าแหลวหญ้าคา เป็นต้น ก็คือต๋าแหลวนี้มี ๗ ชั้น แล้วนำคามาสานพันธ์กันใช้ขึงติดกับตาแหลว ดังนั้นเข้าจึงเรียกว่า ต๋าแหลวคาเขียว เพราะใบคาที่นำมาสานพันกันเป็นสีเขียว

 
2 ความเห็น

Posted by บน มีนาคม 22, 2011 in ประกาศ

 

2 responses to “ต๋าแหลว (ตาเหลว)

  1. นิรนาม

    เมษายน 20, 2015 at 12:03 am

    ขอบคุณอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่งที่แบ่งปันความรู้เรื่อง ต๋าแหลว (ตาเหลว,เฉลว) สงสัยและอยากรู้มานานแล้ว..มีคำบาลีผิดอยู่ที่ข้อ ๓.ต้องเป็น อิติปิโส ภควา นะครับ ไม่ใช่ ภควตา..

     
    • ๙ มหาเวทย์

      มิถุนายน 24, 2015 at 8:50 am

      ใช่ครับ ซึ่งสิ่งที่ถูกคือ อิติปิโส ภควา แต่อนึ่งว่า เฉลา 8 แฉก มี 8 แฉก แยกเป็น 8 คำ กล่าวคือ
      อิ ติ ปิ โส ภะ คะ วะ โต จึงมีหลายท่านได้ทำกลบทนี้ขึ้นมา ว่า อิ ติ ปิ โส ภะ คะ วะ ตา
      เนื่องจาก อิ ติ ปิ โส ภะ คะ วา มีแค่ 7 คำ ไม่ครบ 8 จึงได้คำนึงถึง บทนมัสการพระพุทธเจ้า ว่า นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต
      และกล่าวถึงบทบูชาพระรัตนตรัย ที่ว่า สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง, ภะคะวะตา ธัมโม ,สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
      นำเอาคำว่า คำว่า ภควัน ภะคะวา ภะคะวะตา ภะคะวะโต มาจัดเรียงเป็นกลบทคาถาว่า
      อิติปิโส ภควตา และ อิติปิโส ภควโต สามารถนำมาใช้ได้ทั้ง 2 กลบท
      และอ้างกล่าวโดยนัย จากบทพระพุทธคุณที่ว่า อิติปิโส ภควา ลงท้ายด้วย -า จึงนิยม อิติปิโส ภควตา มากกว่า

      ๙ มหาเวทย์

       

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: