RSS

ไสยศาสตร์

01 ม.ค.

ไสยศาสตร์

__________ไสยศาสตร์ หรือ ศาสตร์มืด คือการทำ “คุณไสย” ในพจนานุกรมไทยให้คำจำกัดความ คุณไสย ว่า “เป็นพิธีกรรมเพื่อทำร้ายอมิตร” เป็นศาสตร์ที่ทางวิทยาศาสตร์ไม่อาจจะพิสูจน์ได้ แต่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป และมีคนเชื่อและผู้ปฏิบัติทั่วโลก
 __________ในแต่ละชุมชนจะมีรูปแบบของไสยศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป แต่สรุปแล้วไสยศาสตร์ก็คือการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น โดยผิดแปลกจากกฏของธรรมชาติ เช่น ทำให้สามีภรรยาที่ดีกันทะเลาะและแยกทางกัน ทำให้สาวหลงรักหนุ่มที่เคยเกลียด ซึ่งปกติแล้วจะใช้ไสยศาสตร์มาใช้ในทางที่ชั่วร้าย โดยเฉพาะการทำ “คุณไสย” ที่เป็นพิธีกรรมเพื่อทำร้ายผู้ไม่เป็นมิตรด้วยการปลุกเสกสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าไปในตัว หรือฝังรูปฝังรอย หรือการทำเสน่ห์ยาแฝด ลงนะ จากผู้ที่อ้างตัวว่ามีอาคม ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกที่ทำมาหากินด้วยการหลอกลวงผู้คน หรือที่เรียกว่า พวกสิบแปดมงกุฎ ถึงกระนั้นก็ตาม“คุณไสย” หรือ “มนต์ดำ” ยังมีผู้หลงงมงายมากมาย
__________ไสยศาสตร์ถือเป็นศาสตร์ที่ลี้ลับมีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ และมีทั่วโลกแม้กระทั่งในเวลาปัจจุบัน แม้รูปแบบจะแตกต่างกัน แต่ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การทำอันตรายต่อผู้คนด้วยวิธีที่ลี้ลับ
__________ลัทธิไสยศาสตร์ คือการรวมอำนาจจิต รวมพลังงานทางจิตซึ่งได้ทำการอบรมจิตใจให้มีความยึดมั่น เชื่อถือ อย่างจริงจัง ดำเนินไปตามหลักทางไสยศาสตร์ ตามวิธีการนั้น ๆ ก็จะสามารถแสดงฤทธิ์ปาฎิหารย์ได้ด้วยกระแสคลื่นแห่งพลังอำนาจจิตอันแรงกล้า ของ มโนภาพ สมาธิ จิตตานุภาพ ทั้งสามประการนี้ จึงเป็นบ่อเกิดแห่งอำนาจที่ประหลาดมหัศจรรย์ขึ้นได้

__________ลัทธิไสยศาสตร์ ได้เกิดขึ้นมาก่อนพุทธกาล ในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ ไตรเพท ในลัทธิของพราหมณ์ ได้แบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ

  1. ฤคเวทย์ เป็นคำฉันท์ใช้สำหรับสวดมนต์และสรรเสริญพระเจ้า
  2. ยชุรเวทย์ เป็นคำร้อยแก้วให้สำหรับท่องบ่นเวลาบวงสรวงบูชาพระเจ้า
  3. สามเวทย์ เป็นคำฉันท์ใช้สำหรับสวดมนต์ทำพิธีถวายน้ำโสม
  4. อาถรรพ์รเวทย์ เป็นคัมภีร์ประกอบด้วยเวทยมนต์คาถาเรียกผีสาง เทวดาให้ช่วยป้องกันอันตรายให้ และให้มีการแก้อาถรรพ์ ทำพิธีสาปแช่งให้เป็นอันตรายได้ด้วย

อาถรรพ์รเวทย์

อาถรรพ์ไสยศาสตร์. อาถรรพ์รเวทย์ในคัมภีร์ไสยศาสตร์ แยกออกเป็น 2 นิกาย คือ

  1. นิกายขาว (White System) เป็นวิชาที่ใช้ในทางดี คือช่วยเหลือมนุษย์ให้มีสุขปลอดภัย
  2. นิกายดำ (Black System) เป็นวิชาที่ใช้ในทางชั่ว คือทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น

คัมภีร์แสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ทางเวทมนตร์คาถา

มี 8 ประเภทคือ

  1. พระเวทย์แก้โรคต่าง ๆ
  2. พระเวทย์ประสาน
  3. พระเวทย์สะเดาะ เช่น สะเดาะกุญแจและโซ่ตรวน
  4. พระเวทย์ป้องกันตัว เช่น คาถาแคล้วคลาด
  5. พระเวทย์แสดงปาฎิหาริย์
  6. พระเวทย์ทำอันตรายผู้อื่น
  7. พระเวทย์แก้ภูติผีปีศาจ เช่น คาถาสะกดวิญญาณ
  8. พระเวทย์ทำเสน่ห์ เช่น มนตร์เทพรำจวญ

เวทมนตร์ 

__________เวทมนตร์ หมายถึง ถ้อยคำอันศักดิ์สิทธิ์ คำสำหรับเสกที่พึงจะรู้ ควรจะรู้ มาจากศัพท์ “เวท” (หมายถึง ความรู้, ความรู้ทางศาสนา; คาถาอาคม) และ “มนต์”, “มนตร์” (หมายถึง คำศักดิ์สิทธิ์, คำสำหรับสวดเพื่อเป็นสิริมงคล) ฉะนั้น อาจจะตีความได้ว่า การศึกษาเวท คือ การศึกษาสิ่งที่พึงจะรู้, และการศึกษามนตร์ คือ การศึกษาคำสวด คำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อตีความความหมายที่ซ่อนอยู่ ต้องเรียนรู้ทั้งสอง จึงจะเรียกตนเองได้ว่าผู้มีเวทมนตร์โดยไม่ละอายใจ
__________การเรียนรู้เวทมนตร์แท้จริงเป็นเรื่องไม่ยากนัก เพราะเวทมนตร์เป็นสิ่งรอบๆตัวที่มีอยู่ สิ่งที่เป็นธรรมชาติ การปฏิบัติตนเพื่อเข้าถึงธรรมชาติ ซึ่งอาจจะต้องหาผู้ชี้นำ ซึ่งมีทั้งมีสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต
__________เวทมนตร์ เป็นศาสตร์แห่ง ความเชื่อ ที่ว่าด้วยอำนาจที่เหนือการพิสูจน์ เป็นพลังอันเกิดจากการบริกรรมคาถาด้วยความสงบทางจิต มีผลทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดไปจากปกติ เช่น ฟ้าผ่า ไฟลุก
__________คำว่า เวทมนตร์ ในภาษาอังกฤษ ใช้ว่า “magic” ซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศสว่า “magique” โดยเป็นคำยืมจากภาษาละตินว่า “magice” และภาษากรีก “μαγική (τέχνη)” ซึ่งหมายถึง ศิลปะ สำหรับในภาษาไทย มีศัพท์บัญญัติว่า “มายิก” คือทับศัพท์จากคำนี้ ไม่เพียงอย่างนั้น คำสวดแต่ละคำย่อมมีความหมายแผงอยู่ภายในตัว เช่น โอม นะ มัด ศิวะ ถ้าสวดต่อไปมากๆย่อมจะมีความหมายมากๆ

ประเภทของเวทมนตร์

__________เวทมนตร์มีหลายประเภท อาจพบได้ในเกมหรือนิยาย ซึ่งบางส่วนสอดคล้องตรงกับตำราโบราณที่มีจริง แต่ก็มีบางส่วนที่แต่งเติมเสริมต่อออกไป อาจจัดแบ่งตาม ผลที่เกิดจากใช้เวทมนตร์เช่น เวทมนตร์รักษา เวทมนตร์คุ้มกัน เป็นต้น หรือแบ่งตามพลังงานรูปหนึ่งที่อยู่รอบข้างตัว มักจะกำหนดให้ประกอบไปด้วยธาตุต่างๆ ได้แก่
__________ธาตุพื้นฐาน 4-5 ธาตุ (ซึ่งตรงกับ ธาตุพื้นฐานที่ศาสตร์โบราณกล่าวถึงจริงๆ) คือ
____________________ตำรายุโรป ได้แก่ ดิน , น้ำ , ลม , ไฟ
____________________ตำราจีน ได้แก่ ดิน , น้ำ , ไม้ (หรือ ลม) , ไฟ , ทอง (หรือโลหะ)
__________ธาตุเสริม เช่น อัญมณี , สายฟ้า , หมอก , เมฆ , น้ำแข็ง , แสง , โชค โดยบางครั้งเวทมนตร์อาจจะถูกนำมาอ้างอิงในศาสนา , ลัทธิ หรือความเชื่อ

ลัทธิวูดู และ ลัทธิฮูดู

__________ลัทธิวูดู สามารถสะกดได้หลายอย่าง เช่น Vodun, Vodou, Voudou, Vudu, Vodounเป็นลัทธิของแอฟริกาตะวันตก วูดูเกี่ยวกับ สัตว์ และวิญญาณของผู้ที่ตายไปแล้ว และพิธีกรรมหลายอย่างของวูดูเกี่ยวกับการทำพิธีกรรมเพื่อบรรพบุรุษที่ตายไปแล้ว มีพื้นฐานมาจาก คาทอลิก คำว่าวูดูมาจากภาษาฟอล อวี หมายถึงวิญญาณ ลัทธิวูดูเป็นลัทธิดั้งเดิมแห่งเกาะเฮติ ที่สอนให้เชื่อเรื่องเวทมนตร์ และพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เหล่าหมอผีใช้มนตร์ดำปลุกวิญญาณคนตายขึ้นมาเป็นทาส รับใช้ที่เรียกว่า ซอมบี้ เชื่อกันว่าในช่วงทศวรรษที่ 1910 ซอมบี้มากมายถูกปลุกขึ้นมาเป็นแรงงานในไร่อ้อย สร้างความแตกตื่นแก่ผู้คนทั้งเกาะ หากวันนี้มนตร์ดำยังไม่คลายความขลัง อาจมีซอมบี้อยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งบนเกาะก็ได้ แต่ก็ยังคงเป็นปริศนาถึงเรื่องเวทมนตร์ถึงทุกวันนี้
__________ฮูดู คือความเชื่อทางไสยศาสตร์แขนงหนึ่ง ซึ่งผสมผสานระหว่างความเชื่อทางไสยศาสตร์พื้นบ้านของชาวแอฟริกันกับความเชื่อของชาวอเมริกัน โดยมีพื้นฐานมาจากความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรและธรรมชาติของแอฟริกันโบราณ ความเชื่อแขนงนี้แพร่สู่ประเทศสหรัฐอเมริกาผ่านทางทาสชาวแอฟริกันตะวันตกในรูปแบบของเครื่องราง เวทมนตร์คาถาทั้งเพื่อการรักษา ป้องกันเคราะห์ อวยพร ตลอดจนสาปแช่ง เครื่องรางที่เป็นเอกลักษณ์ของความเชื่อแขนงนี้คือ โมโจ (Mojo) มีลักษณะเป็นถุงใส่สมุนไพร รากไม้ เศษกระดูกหรือชิ้นส่วนเล็กๆของสัตว์ เหรียญ หินต่างๆ ตลอดจนวัสุอื่นๆ ที่เชื่อว่ามีพลังพิเศษ
__________Hoodoo /’hu:du:/ฮูดู/ n. (American English) (bad spell) อาถรรพณ์ (ทางร้าย) , คุณไสย (British English) (bringer of bad luck) ตัวกาลกินี, ตัวซวยOxford River Books English – Thai Dictionary อธิบายคำว่า Hoodoo ไว้ดังนี้

ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างฮูดูและวูดู

__________การเขียนและการออกเสียงที่คล้ายกันทำให้เกิดความสับสนระหว่างคำว่าฮูดูและวูดู (Voodoo) ว่าเป็นคำเดียวกัน แต่แท้จริงแล้วฮูดูและวูดูมีที่มาและลักษณะที่แตกต่างกัน
__________วูดู เป็นศาสนาโบราณในประเทศแอฟริกา ซึ่งเป็นที่นิยมและแพร่หลายไปทั่วทวีปแอฟริกาตะวันตก มีอิทธิพลต่อความคิด ขนบประเพณี และการดำเนินชีวิตของชาวแอฟริกันหลายเผ่า แม้ส่วนใหญ่ผู้คนจะรู้จักวูดูในด้านที่น่ากลัว ไม่ว่าจะเป็นซอมบี้ การสาปแช่งโดยนำเศษผมหรือเล็บของศัตรูไปใช้ประกอบพิธีหรือการปักเข็มบนตุ๊กตาวูดู แท้จริงแล้วเป็นเพียงส่วนย่อยของวูดูซึ่งมีรายละเอียดที่ลึกซึ้ง ศาสนาวูดูมีความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้าว่าคอยดูแลธรรมชาติและความเป็นอยู่ของผู้คน กำหนดแนวทางให้อยู่กันอย่างสงบสุขระหว่างคนและธรรมชาติ แม้แต่การปักเข็มลงบนตุ๊กตาก็มีที่มาจากการสอนการรักษาโรค และผู้นับถือศาสนาวูดูก็เป็นเหมือนผู้คนทั่วไปที่นับถือศาสนาอื่นๆ มิได้นับถือปิศาจอย่างที่สื่อนำเสนอแต่อย่างใด
__________ในขณะที่ฮูดูนั้นเป็นเพียงแค่ความเชื่อทางไสยศาสตร์ที่ประยุกต์เอาความเชื่อต่างๆ ในแอฟริกา ซึ่งรวมถึงความเชื่อของศาสนาวูดูด้วย มาประยุกต์เข้ากับความเชื่อพื้นบ้านของชาวอเมริกัน ฮูดูใช้วัตถุตามธรรมชาติทั้งเพื่อสาปแช่งและรักษผู้ป่วย และในเพลงบลูส์ของอเมริกาจำนวนมากล้วนมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับฮูดูแทรกปนอยู่ด้วย
__________อย่างไรก็ตาม ทั้งวูดูและฮูดูล้วนเกี่ยวพันกับธรรมชาติ มีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ความคิด ความรู้สึกของผู้คน แม้จะอยู่ในระดับที่ต่างกัน ที่สำคัญคือมิได้เป็นความเชื่อที่มีแต่ข้อเสีย แต่มีทั้งการรักษาอาการเจ็บป่วย การเยียวยาบำบัดทั้งสภาพกายและใจของผู้คนให้ดีขึ้น ตลอดจนข้อดีอื่นๆ ต่อการดำเนินชีวิตรวมอยู่ด้วย

ตอนหนึ่งจากภาพยนตร์เรื่อง Skeleton Key ขณะที่นางเอกกำลังทำพิธีฮูดู ก่อนที่เรื่องจะจบลงอย่างคาดไม่ถึง

__________ในอเมริกา ความเชื่อเกี่ยวกับฮูดูแพร่หลายไปในสื่อต่างๆ มากมาย ทั้งในวงการเพลง เช่น เพลงบลูส์ Born on the Bayou ของ Creedence Clearwater Revival ก็มีเนื้อหาบางตอนที่เกี่ยวข้องกับฮูดู หรือวงร็อก Muse ที่ตั้งชื่อเพลงเพลงหนึ่งว่า Hoodoo โดยตรง หนังสือที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับความเชื่อแขนงนี้ไปจนถึงตำราฝึกปฏิบัติ เช่นเกม เช่นในเกม Gabriel Knight: Sins of the Father เกมแนว adventure ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อ พ.ศ. 2536 มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับฮูดูเช่นกัน แม้ว่าความเชื่อแขนงนี้ไม่เป็นที่รู้จักมากนักในประเทศไทย แต่ในปี พ.ศ. 2548 ภาพยนตร์เรื่อง Skeleton Key ที่นำเข้ามาฉายในชื่อไทยว่า “เปิดประตูหลอน” ก็ทำให้มีผู้รู้จักฮูดูเพิ่มขึ้น เนื่องจากเนื้อหาของภาพยนตร์มุ่งเน้นไปที่การใช้เวทมนตร์คาถาของฮูดู
__________ฮูดูเป็นหัวข้อที่น่าสนใจ เพราะมีเรื่องราวที่แปลกประหลาด มหัศจรรย์ บางเรื่องอาจเหนือธรรมชาติ จึงช่วยกระตุ้นความใฝ่รู้ได้เป็นอย่างดี กระนั้นควรศึกษาในแง่ของความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเหมาะสมในฐานะที่ฮูดูเป็นความเชื่อที่มีอยู่จริง สามารถศึกษาได้ทั้งแนวกว้าง คือค้นคว้าหารายละเอียดเพิ่มเติม และแนวลึก คือการวิเคราะห์ วิจัยอย่างลึกซึ้งถึงเหตุผล ทั้งด้านความสัมพันธ์ต่อความเป็นอยู่ของผู้คน หรือศึกษาในแง่มุมทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น แต่ไม่ควรศึกษาด้วยความงมงาย หวังจะนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลตามต้องการ เพราะความเชื่อเรื่องฮูดูนั้นเหมือนกับความเชื่อด้านไสยศาสตร์แขนงอื่นๆ คือไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ทั้งหมด และการเชื่ออย่างไร้เหตุผลนั้นย่อมนำผลเสียมากกว่าผลดีมาสู่ผู้ศึกษา

 
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: