RSS

๕ อันดับไสยศาสตร์อันน่าสะพรึงกลัว

02 ม.ค.

๕ อันดับไสยศาสตร์อันน่าสะพรึงกลัว

.________________________________________________.

________ในแต่ละถิ่นฐานบ้านเมือง เมื่อมีมนุษย์ผู้คนอาศัยอยู่ย่อมมีความเชื่อในกลุ่มๆนั้นๆของตนเกิดขึ้นซึ่งมักอยู่ในรูปแบบของอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เหนือธรรมชาติ ถ้าเปลี่ยนแปลงจนถึงคั่นเชื่อถือ นับถือโดยไม่มีเหตุผลใดๆมารองรับและใช้ความอัศจรรย์ใจในการจะเชื่อ เช่นนี้มีความเชื่อรูปแบบหนึ่งที่เรารู้จักกันดีนั่นก็คงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก “ไสยศาสตร์” จากที่ผมได้ศึกษามานั้น ผมขอจัดลำดับความรุนแรงของไสยศาสตร์ไว้ ๕ ระดับ ตามถิ่นกำเนิดดั้งนี้
_______________อันดับที่ ๑ ไสยศาสตร์เขมร อาถรรพ์รเวท
_______________อันดับที่ ๒ ไสยศาสตร์จีน รวมไปจนถึงไสยศาสตร์ชนเผ่าชาวเขา
_______________อันดับที่ ๓ ไสยศาสตร์ตะวันตกและเอเชียตะวันตก

_______________อันดับที่ ๔ ไสยศาสตร์อิสลาม ไสยเวทมุสลิม
_______________อันดับที่ ๕ ไสยศาสตร์ไทย

.________________________________________________.

อันดับที่ ๑ ไสยศาสตร์เขมร อาถรรพ์รเวท

________ไสยศาสตร์ที่มีความน่ากลัวเป็นอันดับหนึ่งคือไสยศาสตร์เขมร ทั้งเสกตะปู เสกหนังควาย เสกควายธนู เสกใบมีดเสกเส้นผม เสกต่อแตน เสกอะไรต่อมิอะไร มาจากอาถรรพณ์เวทโดยตรงก็สมควรที่จะน่ากลัว เวลามีพิธีบูชายันต์ ฆ่าสัตว์เป็นๆมันดูป่าเถื่อน  เวลาใช้กับคนส่วนใหญ่เอาถึงตาย ทำคุณไสยแค่ขู่ก็แบบสาหัส หรือพิกลพิการ และที่สำคัญแก้ไขและรักษายาก ทำคุณไสยใส่ได้ในคนจำนวนมากๆพร้อมกัน จำพวกไสยศาสตร์เขมรก็จะประกอบไปด้วยมหาเสน่ห์ ยาแฝด น้ำมันพราย ไอ้งั่งตาแดง แม่เป๋อตาแดง พราย กุมารทอง กุมารี สารพัดผี ส่วนด้านการโจมตีก็วัวธนู ควายธนู ซึ่งมีมากมายหลายแขนงวิชา วิชาที่ต่ำๆก็มีการใช้เถ้ากระดูก กระดูก ดินป่าช้า ดินใต้โลงศพ ดินบนโลงศพ เลือดมนุษย์ น้ำหนองผี เลือดประจำเดือน ปัสสาวะ ดินเจ็ดบ่อน ดินเจ็ดตลาด เดินติดเท้า อะไรประมาณนี้ ส่วนของที่เขาจะเอาไปทำก็มีภาพถ่ายของเหยื่อ เส้นผมของเหยื่อ เล็บมือของเหยื่อ เศษหนังเศษเนื้อ น้ำตา น้ำลาย เลือด ปัสสาวะ ดินติดเท้าติดรองเท้า เสื้อผ้า แม้กระทั้งฟัน หรือเม็ดข้าวที่คายทิ้งหรือกินไม่หมด บางครั้งแค่รอยมือรอยเท้าก็เอาไปทำคุณไสย์ได้

           
รูปที่ ๑ ไอ้งั่งตาแดง              รูปพิธีกดดวงชะตาจริง 

 

รูปที่ ๒ จำลองพิธีเซ่นผี เรียกผี ปลุกผี            รูปที่ ๓จำลองพิธีปลุกผีครู ปลุกของ และตั้งพิธีทำคุณไสย์
แบบเขมร
จากภาพยนต์ล่า – ท่า – ผี                จากภาพยนต์จอมขมังเวทย์

รูปที่ ๔ จำลองเหตุการณ์เสกตะปูเข้าร่างกาย        รูปที่ ๕ กุมารทอง-กุมารี ของจริง
สวมารถเสกเข้าได้ทุกส่วน
ดังรูปนี้เสกเข้าไปในชั้นใต้หนัง

จากภาพยนต์จอมขมังเวทย์

รูปที่ ๖ ควายธนู                        รูปที่ ๗ ควายธนู วัวธนู ตอกไม้ใผ่       รูปที่ ๘ วัวธนู

.________________________________________________.

อันดับที่ ๒ ไสยศาสตร์จีน รวมไปจนถึงไสยศาสตร์ชนเผ่าชาวเขา

________ไสยศาสตร์อันดับที่ ๒ คือไสยศาสตร์จีน ก็น่ากลัวพอสมควร แต่มันคงไกลตัวเราไปหน่อย งั้นก็พูดกันง่ายๆว่า หนึ่งในสาขาวิชาไสยศาสตร์จีนคือวิชาไสยศาสตร์ของชาวเขาทางภาคเหนือ คราวนี้คงใกล้ตัวและคงรู้ถึงความน่ากลัวกันดี ทั้งหมอผีประจำชนเผ่า เช่น แม้ว เย้า กะเหรี่ยง ปกากะญอ อาข่า อีก้อ มูเซอ เป็นต้น วิชาที่ขึ้นชื่อคือ ยาสั่ง กินถึงตาย ตายจริงๆ พระธุดงค์ที่ไม่เก่งกล้าวิชาถ้าได้กินเป็นอันจบสิ้นกันที


รูปที่ ๙ ขวดที่อาจจะเป็นยาสั่ง หรือยาแก้

.________________________________________________.

อันดับที่ ๓ ไสยศาสตร์ตะวันตกและเอเชียตะวันตก

________ไสยศาสตร์อันดับที่ ๓ ไสยศาสตร์ตะวันตกและเอเชียตะวันตก คุณไสยพวกนี้ดูเป็นผู้ดีมีการศึกษามานิดหน่อย เพราะเกี่ยวเนื่องกับศาสนาและวิทยาศาสตร์ เมื่อเกิดเรื่องคนเรานี้ก็แปลกแต่ก็มีความคิดที่ดี เอาสิ่งที่มีเหตุผลมาอธิบายสิ่งไม่มีเหตุผล พยายามเอาวิทยาศาสตร์มาอธิบายไสยศาสตร์ เมื่อเกิดคดีพิศวง ไสยศาสตร์พวกนี้ดูไม่ค่อยมีพิษมีภัยอะไรนัก แต่คำสาปนั้นแหลมคม และแหลมคมกว่าคุณไสยประเภทอื่นทั้งหมด มีระดับตั้งแต่อ่อนถึงรุนแรง

รูปที่ ๑๐ มารี ลาโว (Marie Laveau) ราชินีแห่งแม่มดวูดู

รูปที่ ๑๑ ตุ๊กตาวูดูดินเหนียว         รูปที่ ๑๒ ตุ๊กตาวูดูผ้า                   รูปที่ ๑๓ ตุ๊กตาวูดูหญ้าฟาง

.________________________________________________.

อันดับที่ ๔ ไสยศาสตร์อิสลาม ไสยเวทมุสลิม

________ไสยศาสตร์อันดับที่ ๔ ไสยศาสตร์อิสลาม ไสยเวทมุสลิม อันนี้ก็น่าขนลุก เอาความดีของตัวเองมาเป็นค่าของไสยศาสตร์ คุณไสยนี้ในคัมภีร์อัลกุรอ่านว่าไว้อย่างชัดเจน และดูไปดูมาน่าจะเป็นข้อห้ามมากกว่า  ถึงยังไงชาวมุสลิมก็ไม่ใช้ เพราะเคร่งศาสนามาก แต่ถ้าพวกนอกรีตก็ระวังให้ดี ไสยศาสตร์นี้จะน่ากลัวมากๆ(ผมพูดได้แค่นี้ เดี๋ยวโดนประชาทัน)

.________________________________________________.

อันดับที่ ๕ ไสยศาสตร์ไทย

________ไสยศาสตร์อันดับที่ ๕ ต้องยกให้เป็นของไทย คุณไสยไทยทำนี้อ่อนวิชาที่สุด เพราะไปยืมวิชาเขามาใช้ ตัววิชาไทยจริงๆนั้นส่วนใหญ่มีไว้รักษาและป้องกันมากกว่าการทำร้ายคน เนื่องมาจากคนสมัยก่อนชอบเข้าวัดทำบุญ เลยปฏิบัติธรรมกันเยอะ แต่ที่โหดที่สุดคงยกให้เป็นการสู้รบ ก็น่ากลัวอยู่หรอกนะ แต่ถ้าสู้กับเขมร ขอม พม่า อันนี้ก็อ่อนวิชาไสยกว่าเขาเยอะ ต้องใช้ความสามารถทางการทหารและกลอุบายสู้ล้วนๆ เหนื่อยหน่อย แต่พระสงฆ์ไทยสมัยก่อนก็มีวิชาเขมรอยู่บ้าง เอามาปรับเป็นพุทธคุณ กลายเป็นยันต์ทางพุทธคุณ พลังป้องกันมีอานุภาพสูงสุดในหมู่คุณไสยทั้งหมด เรายังมีการรวมอาณาจักรล้านนาเข้ากับไทยทำให้มีไสยศาสตร์ของล้านนาด้วย แล้วก็ยังดัดแปลงวิชาของมอญ พม่า ลาว มาผสมปนไปกันหมด

.________________________________________________.

 

 

36 responses to “๕ อันดับไสยศาสตร์อันน่าสะพรึงกลัว

  1. นิรนาม

    มิถุนายน 4, 2012 at 5:24 am

    การออกนอกศาสนาสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังต่อไปนี้

    1. การออกนอกศาสนาโดยความเชื่อ เช่น การที่มนุษย์เชื่อว่ามีหุ้นส่วนภาคีร่วมกับอัลลอฮฺในด้านการเป็นพระเจ้า หรือในด้านการทำอิบาดะฮฺ หรือปฏิเสธการเป็นพระเจ้าของพระองค์หรือความเป็นเอกะของพระองค์ หรือปฏิเสธคุณลักษณะต่างๆ ของพระองค์ หรือเชื่อว่าบรรดาศาสนทูตนั้นเป็นเท็จ ปฏิเสธบรรดาคัมภีร์ที่ถูกประทานลงมา ปฏิเสธการฟื้นคืนชีพ ปฏิเสธการมีของสวนสวรรค์และนรก ตำหนิสิ่งหนึ่งสิ่งใดของศาสนาถึงแม้ว่าเขาจะปฏิบัติอยู่ก็ตาม

    หรือเชื่อว่าการผิดประเวณี การดื่มสุรา หรืออื่นๆ ที่ศาสนาห้าม (หะรอม) อย่างจัดเชนว่าเป็นสิ่งที่อนุมัติ (หะลาล) หรือปฏิเสธการละหมาด การจ่ายซะกาต และสิ่งที่เป็นวาญิบอื่นๆ โดยที่เขาไม่รู้ หากว่าเขาไม่รู้ก็ถือว่าปฏิเสธ แต่หากเขารู้ถึงบทบัญญัติของมันแต่ยังยืนกรานอีกถือว่าเขาปฏิเสธ หรือเขาสงสัยสิ่งที่วาญิบในศาสนาหรือของในทำนองเดียวกันโดยที่เขารู้ เช่น การละหมาด เป็นต้น

    2. การออกนอกศาสนาโดยการพูด เช่น การด่าทออัลลอฮฺ บรรดาเราะสูล บรรดามะลาอิกะฮฺ บรรดาคัมภีร์ หรือการอ้างว่าเป็นนบี หรือการวิงวอนขอต่อสิ่งอื่นพร้อมอัลลอฮฺ หรือการกล่าวว่าอัลลอฮฺทรงมีบุตรหรือมีภรรยา หรือการปฏิเสธสิ่งที่ศาสนาห้ามอย่างชัดเจน เช่น การผิดประเวณี การดื่มสุรา หรืออื่นๆ และการเยาะเย้ยต่อศาสนา เช่น การสัญญาหรือการลงโทษของอัลลอฮฺ หรือการด่าทอต่อบรรดาศอฮาบะฮฺ ฯลฯ

    3. การออกนอกศาสนาโดยการกระทำ เช่น การเชือดสัตว์เพื่อสิ่งอื่นจากอัลลลฮฺ หรือการกราบไหว้ (สุญูด) ต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺ หรือการละทิ้งละหมาด หรือการหันหลังให้ศาสนาของอัลลอฮฺโดยไม่เรียนรู้และไม่ปฏิบัติ หรือสนับสนุนพวกมุชริกีนต่อสู้กับบรรดามุสลิม ฯลฯ

     
  2. ammeria

    มิถุนายน 20, 2012 at 2:40 am

    ที่เคยเจอมาอิสลามถ้าเจอเก่าก่อเก่งเลยส่วนอีกพวกนึงพวกวูดูกำลังจิตสูงครับแต่ยังไงไสยเวทย์ก็มาจากที่เดียวกันเกือบหมดคงแบ่งยากว่าอันใหนดีกว่ากัน

     
    • ๙ มหาเวทย์

      มิถุนายน 20, 2012 at 8:20 am

      ใช่ครับ แบ่งยากมาก ผมพิจารณาจากความเห็นส่วนตัวครับ ผมใช้เกณฑ์ที่ว่า ไสยเวทย์ที่ไม่ตาย(หมายถึงมีคนใช้อยู่) ไสยเวทย์ที่พัฒนาได้(หมายถึงสามารถเปลี่ยนแปลงได้) ไสยเวทย์มีจำนวนผู้รู้เยอะ ไสยเวทย์ที่ชัดเจนจับต้องได้เห็นได้โดยทั่วไป โดยส่วนตัวของผมแล้วผมยังอยากจะจัดให้ไสยเวทย์อิสลามเป็นอันดับหนึ่งซะด้วยซ้ำ เพราะเป็นไสยเวทย์แขนงเดียวที่ผมไม่ได้เรียน เพียงแต่สอบถามจากผู้รู้และข้องห้ามตามคัมภีร์เท่านั้น
      อีกประการที่ผมใช้ประกอบการตัดสินใจว่าอันไหนเด็ดกว่ากัน ผมดูตามคัมภีร์ทางด้านไสยเวทว่าอันไหนเกิดก่อนด้วย ซึ่งไสยศาสตร์ของเขมรเป็นอันดับหนึ่ง เพราะมาจากศาสนาพราหมณ์ที่มีคัมภีร์ที่เรื่องชื่อว่า พระเวท เก่าแก่มากๆมีมากว่า ๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว
      ส่วนวูดูนั้นทำไมผมถึงจัดไว้ล่างๆ เพราะถูกโลกาวิวัฒน์ โลกวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นปัจจัยของโลกตะวันตก ทำให้หดหายไปบ้าง ที่รู้จักกันมากในทางไสยเวทตะวันตกคงเหลือแต่ของชนเผ่าต่างๆ
      ที่สำคัญตอนนี้ ผมกำลังศึกษาและอ้างอิงจากตำนานพ่อมดเมอร์ลินในยุโรป และตำนานกษัตริย์โซโลมอนที่มีความเกี่ยวข้องกับคริสเตียน อิสลาม ยูดาห์ และการบูชาซาตาน

      เพื่อจะจัด ๑๐ อันดับไสยศาสตร์ ในกาลต่อไป

       
      • นิรนาม

        กรกฎาคม 18, 2014 at 5:20 am

        จริงๆไสยเวทย์จะทางเขมรหรือจากทางใหนก็แล้วแต่ แต่ต้นมีกำเนิดจากอินเดียทั้งนั้น เพราะยอมรับว่าอินเดียมีแต่คนทรงปัญญา อภิญญา อยู่มากมายมาเป็นหมื่นปีแล้วไม่ว่าจะพรามห์ ฮินดู หรือลักธิศาสนาใดในประเทศนี้ล้วนแต่เข้มขลังสืบทอดกันมานาน คนอินเดียชอบค้นคว้า ค้นหาเรื่องทางจิตวิญญาญจักวาลมากกว่าชาติอื่นในโลก ฉะนั้นคนประเทศมีปัญญาทางจิตสูงมากและความรู้ก็ถูกเผยแพร่ออกไปจากผู้มาเยือนประเทศนี้และ แตกแขนงไปตามวิถีชีวิตวัฒนธรรมแต่ล่ะทวีป แม้แต่วิชาตัวเบาไม่ได้มาจากจีนนะมาจากอินเดียเค้าล่องหนหายตัวเหาะเหินกันได้มานานแล้ว บรมจารย์ตั๊กม๊อ ท่านเป็นพระพุทธอินเดียที่ศรัทธาในศาสนาพุทธและได้เดินทางมาชมพูทวีปมาเผยแพร่ศาสนาพุทธในจีนและได้นำวิชาตัวเบา ต่อสู้ กำลังภายในมาถ่ายทอดและสร้างวัดเส้าหลินขึ้น
        จะเห็นได้ว่าทุกศาสตร์แขนงในโลกนี้ส่วนใหญ่แตกหน่อมาจากอินเดีย โดยเฉพาะทวีปเอเชียทุกประเทศมาจากศาสตร์อินเดียหมดแต่หลายประเทศในทวีปยุโรปศาสตร์ส่วนใหญ่แตกแขนงมาจาก อียิปต์โบราณ กรีกโบราณ โรมันโบราณ
        และจากศาสนาคริต์ด้วย

         
  3. นิรนาม

    สิงหาคม 22, 2012 at 2:58 pm

    ไม่ว่าวิชาใดจะร้ายกาจแค่ไหนสุดท้ายก็ไม่พ้นกฏแห่งกรรมกลับจะสะท้อนให้ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส

     
    • ๙ มหาเวทย์

      สิงหาคม 22, 2012 at 7:31 pm

      “ยาทิสํ วปเต พช ตาทิสํ ลภเต ผลํ
      กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ”
      บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น
      ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผล
      “กมฺมุนา วตฺตติ โลโก” สัตว์โลกทั้งหลายต้องเป็นไปตามกรรม

      ใช่ครับ ทำกับเขาไว้ยังไงมันจะส่งผลกลับคืนมานับสิบๆเท่า สิ่งที่มีคุณอนันต์ ย่อมมีโทษมหันต์ สิ่งที่มีโทญมหันต์ย่อมมีคุณอนันต์ เช่นเดียวกับยาพิษถ้าใช้ให้ถูกก็ช่วยชีวิตคนได้ จะรู้ไว้ฆ่า หรือ จะรู้ไว้ช่วย ก็ขึ้นอยู่กับคนเราตัดสินใจว่าอยากรับผลอย่างไร

       
  4. นิรนาม

    ตุลาคม 15, 2012 at 4:16 pm

    ไสยศาสตร์เขมร เสก I phone 5 ได้ไหม

     
  5. วงจร

    กุมภาพันธ์ 11, 2013 at 2:48 pm

    ใครไม่โดนกับตัวไม่รู้หรอกว่ามันเป็นยังไง เพราะทุกแขนงล้วนมีความแตกต่างกันออกไป แต่จะเป็นแขนงไหนก็ตาม คงไม่มีใครคิดที่อยากจะโดนหรอก จริงไหม???

     
  6. ดเ

    เมษายน 9, 2013 at 1:19 pm

    ข้อมูลบางส่วนน่าจะคลาดเคลื่อนนะครับ
    ไสยศาสตร์ฝ่ายเหนือ ล้านนา เด่นด้านเสน่ห์และคุณไสยมากที่สุด เพราะสมัยอยุธยา ตำนานเรื่องขุนช้างขุนแผนวรรณคดีด้านไสยศาสตร์ไทยกลางโดยรวม ถึงกับเกรงคุณไสยของเถรขวาดที่มาจากเหนือแต่ไม่กล่าวถึงเขมรเลย เพราะทัพอยุธยาตีทัพเขมรและลาวได้เลย เรียกว่าอ่อนกว่าเยอะครับ ไสยศาตร์เขมร ที่เรากลัวๆเพราะคำเล่าลือฮือฮาและอักษรขอมที่เขมรใช้ที่จริงเดิมอักษรขอมคนแถวไทย คนขอม ใช้มาก่อนครับ.

    ไสยศาสตร์อิสลาม เราอยู่สังคมของพุทธย่อมวิตกกลัวของด้านอื่นๆที่ดูเคร่งครัด. อย่างอิสลามที่เคร่งครัดตามรูปแบบ และร่างกายคนแขกมักตัวใหญ่เราเลยกลัว เป็นที่เชื่อๆว่าอิสลามน่ากลัว ของอิสลามจริงๆเท่าที่ดูจากภายนอก เราเด่นด้านใช้”ญิน” ภูติชนิดหนึ่งที่เค้าเชื่อว่าดีว่าร้ายได้ พูดง่ายๆคือเลี้ยงผีนั่นแหละ

    ของจีนและของแม้ว กระเหรี่ยงคือการเลี้ยงผี ขออำนาจผีหรือเทพมาโดยตรง ถือว่ายังอ่อนและเบากว่า สายโยคะ สายพระเวทของอินเดียครับ ไสยศาสตร์จีนเดิม เอามาจากม้ง หรือกระเหรี่ยงมาประยุกต์กับเต๋า ถ้าเน้นทางเข้าทรง มักทางจีน

    เรียกว่าสายทางอินเดีย แขกโยคะ และเต๋าโบราณจะแรงกว่าเพราะ เป็นแหล่งอารยธรรมเก่า.
    และไสยศาสตร์ของยิวด้วย. อิสลาม คริสต์ก็แปลงมาจากยิว เอามาจากยิว

    บริบทแล้วของยิวเน้นการอ้อนวอนต่อเทพเจ้า หรือพระเจ้าองค์เดียว ดวงจิตที่เพ่งต่อจุดเดียวย่อมมีกำลังมาก
    ของฮินดู มีเทพเจ้าหลายองค์เลยกระจายออกไป. สมัยหลัง สมัยแรกๆเน้นพระพรหม เรียกว่าปรมาตมัน ก็เพ่งที่จุดเดียวขลังเช่นกัน พอแตกกระจายความนับถือเป็นเทพต่างๆ กำลังจิตขิงคนก็เบาลงๆ
    ต่างกับสายทาง อิสลาม คริสต์ ยิว เพ่งต่อเทพเจ้าองค์เดียว แต่คนละแนวทางมาตลอด พันๆปี ก็ยังคงระดับอยู่
    ส่วนไสยศาสตร์ ที่ใช้พุทธคุณย่อมสุดยอด เพราะเพ่งถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์เป็นที่พึ่งประเสริฐ แต่หาคนเข้าถึงระดับของพุทธคุณยากเพราะกำลังใจต้องหนักแน่น ถ้าได้นี่มีขนาดพลิกฟ้าพลิกดิน เพราะเล่นล้างระดับอัตตาสูงสุดคือพระเจ้า ที่ยึดมั่นออกเกลี้ยง
    เพราะศีลเพราะธรรมเลยดูเหมือนจะเบา แต่อย่าหมิ่นอย่าแหยม

    ทางเขมรเน้นไปทางเลี้ยงผีและวิญญานเหมือนอิสลาม เพราะผีเยอะ

    ถ้าพูดในระดะบคนใช้ไม่มีไสยศาสตร์ใดสูงสุด เพราะขึ้นอยู่กับครูหรือผู้รองรับวิชาและกำลังจิต วิธีการของคนใช้
    แต่ในระดับโลกๆ เห็นผลไว มักใช้ญินหรือผี. เพราะมันเห็นผลไว เลยคิดว่ามันแรงสุด
    ในระดับโลกๆ เน้นการเพ่ง ไม่ว่าเพ่งต่อใคร ผี เทพ หรือพระเจ้า อัตตาสูงๆ ต่างแรงเท่ากันหากระดับจิตเดียวกันจะอ่อนแก่กว่ากันตรงผู้รองรับวิชา ผีก็อ่อนกว่าเทพหรือพระเจ้า
    แต่ระดับพระเจ้า เพ่งสุดยอดอย่างโยคีอินเดีย ฤาษีนักเล่นกสิณ เน้นทางโลก พอมาเล่นกับสายไร้รูปไร้นามอย่างนำพุทธคุณมา นี่ล้างหมดเลย แต่คนที่ใช้หากจิตไม่ถึงเอาพลังพุทธคุณมาใช้ได้ไม่มาก คนที่ถึงถึงใช้ได้มาก
    เพราะไสยศาสตร์ทุกวิชาในโลกมีการใช้อุปาทานฝังไว้เพื่อจูงจิตและมีผู้รองรับวิชารองรับอุปาทานนั้นเสมอๆ เพื่อใช้งานเป็นการสัญญาต่อกัน แม้ศาสนาทุกศาสนาก็ใช้แบบนี้ในขั้นต้นเหมือนกัน

     
    • ๙ มหาเวทย์

      เมษายน 11, 2013 at 12:49 pm

      เป็นข้อมูลส่วนที่สำคัญเลยครับ เพราะที่ผมจัดลำดับไปเมื่อสามสี่ปีก่อนนั้นใช้ข้อมูลไม่มากนักเนื่องจากลำดับความจากการศึกษาวิชาแขนงต่างๆ จึงได้เขียนออกมาเพียง 5 อันดับไสยศาสตร์ โดยคำนึงถึงความค่านิยมเป็นหลัก แต่ประการใดใจจรงผมอยากจัดอันดับทั้ง 10 คุณไสย์ในระดับโลกซึ่งเป็นการที่ค่อนข้างยากขอมูลมันเป็นเชิงอนุมาณและเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณตัวเลขทำให้การตัดสินใจว่าจะจัดอันดับอะไรขึ้นก่อนดี สมัยนั้นผมเขียนเพียงเท่าที่รู้อยู่ไม่มาก ซึ่งตอนนี้ก็กำลังรวบรวมข้อมูลมาเขียน 10 อันดับ ถ้าชี้แนะผมได้ในหลายๆด้านจะเป็นการดีมากเลยนะครับ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ

       
      • ดเ

        มิถุนายน 21, 2014 at 3:38 am

        ค่านิยมเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆในไทยครับ ไม่ได้สากล

        หากสากล ก็กระจายเพียงความเชื่อหนึ่งไปความเชื่อหนึ่ง อย่างสมัยอยุธยา เชื่อว่าล้านนาแรง ไม่ได้เชื่อว่าเขมรแรง
        ปัจจุบันดันเชื่อว่าเขมรแรง
        ถามฝรั่ง ฝรั่งบอกว่า วูดูแรง เขมรไม่รู้จัก

        จึงบอกว่ามันจัดอันดับไม่ได้ เพราะ”ศาสนา”ทุกศาสนา ความจริงแล้วคือ”ไสยศาสตร์”ทุกศาสนา อยู่ที่ว่า เป็นระดับไหน เผยแพร่ความเชื่อทางศาสนาตนได้มากเท่าไหร่ และโจมตีไสยศาสสตร์สายอื่นว่าเป็นสิ่งไม่ดีไปมากเท่าไหร่เท่านั้นเอง เท่านั้นเอง

         
        • ๙ มหาเวทย์

          มิถุนายน 21, 2014 at 5:08 am

          ดังนั้นเราก็ต้องศึกษาไสยศาสตร์ทั้งหมดก่อนสิครับ ไปเรียนรู้ถึงต้นตำหรับของทุกที่แล้วนำทั้งหมดมาวิเคราะห์ มิใช่ว่าอยู่ๆก็จับลมขึ้นมาจัดระดับว่าอันไหนแรงไม่แรงครับ

           
  7. นิรนาม

    เมษายน 25, 2013 at 3:01 pm

    เพื่อนเราโดนของเขมรเข้า. ใครรู้วิธีแก้บอกทีเถอะค่ะ นึกว่าเป็นบุญ ขอบคุณค่ะ

     
    • พิมพ์ใจ ไชยา

      กรกฎาคม 16, 2013 at 1:51 pm

      ถ้าอาการหนักมี2วิธีที่ช่วยคุณได้คุณต้องบวชถือศ๊ส5และ8ที่วัดและคุณต้องมีครูบาอาจารย์และก็ขึ้นธรรมรักษาตัวคุณทางภาคอีสานไม่เสียค่าใช้จ่าย

       
  8. จากประสบการณ์

    พฤษภาคม 25, 2013 at 1:05 pm

    มนต์ดำของเขมร ก็แรงเหมือนกันครับ เรียนแค่ 1 วัน เท่ากับ 3 เดือนจริง จะจำได้ทุกบท

     
  9. นิรนาม

    พฤษภาคม 27, 2013 at 1:12 pm

    ถ้าเกิดรู้สึกที่บ้านมีเรื่องมากมาย จนรู้สึกว่าผิดปกติ แล้วมีร่างทรงหลายที่ทักว่าโดนของ โดนสาบแช่ง เราจะเชื่อได้อย่างไร และจะหาทางออกอย่างไร

     
  10. นิรนาม

    กรกฎาคม 14, 2013 at 10:16 pm

    ส่วนมากที่ทำกันนักที่สุดจนชีวิตไม่รอดก็ความอิจฉาความโลฟอยากได้สมบัตมากญาติชีวิตครอบครัวแตกแยก3ปีสิ่งที่ผิดทำมาหมดเรื่องมันเกิดกับตัวเองถ้าพูดไปก็หาว่าบ้าขอบคุณมากที้ให้ความรู้

     
  11. นิรนาม

    สิงหาคม 12, 2013 at 1:55 am

    อยากรู้มีคุณไสยอะไรที่ทำให้คนสามารถสื่อสารทางจิตได้

     
    • ๙ มหาเวทย์

      สิงหาคม 12, 2013 at 11:36 am

      มีครับ ในพระเวทมีอุปรเวทที่เขียนเรื่องกระแสจิตไว้ โดยส่วนมักเริ่มจากการทำสมาธิ รวมรวมจักระทั้ง ๗ จุดในร่างกาย เพิ่มระดับจากปราณ ลมปราณ ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ อัปนาสมาธิ นิมิตเอกคตา ปฏิภาคนิมิต ถึงตรงนี้กำหนดจิตเป็นกระแส ก็ใช้ติดต่อสื่อสารกันได้ เมื่อฝึกชำนาญแล้วก็กำหนดใช้ขึนได้ตามใจปรารถนาตามแต่ต้องการ หรือจะตั้งกสิณก็ได้ สื่อสารกันผ่านจิตได้โดยตรง
      อีกวิธีหนึ่งที่นิยมไม่แพ้กันใช้วิญญาณสื่อคือมีผีเป็นตัวกลาง มีธาตุวัตถุเป็นตัวกลาง เชื่อมให้สามารถติดต่อกันได้ เหมือนกับโทรศัพท์มือถือ วิธีนี้มีหลากหลายมาก ตัวกลางมีเยอะ
      หากสนใจลองอ่านหนังสือ “อำนาจจิต (will power)” ของคุณพระอมรฤดี (นาถ บุณยเกียรติ) ข้าราชบริพารใน ร.๖ ท่านเขียนเรื่องกระแสจิตไว้ละเอียดดีครับ

       
      • นิรนาม

        กันยายน 2, 2013 at 2:24 pm

        หนังสือ อำนาจ(will power) ชื้อได้ที่ใหนครับ

         
        • ๙ มหาเวทย์

          กันยายน 6, 2013 at 12:34 am

          หนังสือเก่าๆแบบนี้ไม่มีขายตามร้านทั่วไปอยู่แล้ว ร้านหนังสือเก่าๆก็อาจจะมีโอกาสหาเจออยู่นะครับ

           
  12. นิรนาม

    กันยายน 9, 2013 at 4:21 pm

    ถ้าอยากรู้ว่าสามีเราโดนทำเสน่ห์หรือไม่สังเกตยังไงคะ แล้วถ้าโดนทำพอจะแนะนำผู้รู้ที่สามารถแก้ของเหล่านี้ได้มั้ยคะ

     
  13. นิรนาม

    กันยายน 27, 2013 at 8:25 pm

    เรื่องจริง ไทยกับเชมร มันตัวเดียวกัน แต่คนมองไม่ออก ไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ ว่าเดิมทีเขมรมันก็คือ ส่วนหนึ่งของประเทศไทย และได้ถูกแบ่แยกไป สมัย รัชกาลที่ 5

     
  14. ผ่านมาเล่า

    ตุลาคม 24, 2013 at 4:41 pm

    ขอม (สยาม) คือ ละโว้ โคราช สุพรรณ ไปสร้างอาณาจักรขอมที่เขมรปัจจุบัน
    ใช้อักษรขอมโบราณ ปกครองอาณาจักร สร้างปราสาทหินนครวัด นครธรรม
    (เขมรเรียกธมความจริงคือวัด กับ ธรรม)
    แยกออกได้โดย จะมีผิวขาวกว่า , มีตัวเลข 1 – 10 , ใช้ราชาศัพท์เหมือนกับไทย , เสื้อผ้าตัดเย็บอย่างดี
    ส่วนแขกจามซึ่งเป็นทาส ผิวจะดำ , มีตัวเลข 1-5 และ 5 กับ 1… 5 กับ2..5 กับ 3….5 กับ 4 และ สิบ ,
    ใช้ภาษาชาวบ้าน , เสื้อผ้าตัดเย็บไม่เป็น ทอมาเป็นผืนก็นุ่งห่มเป็นผืน (โจงกระเบน หรือ ถกเขมร)

    ตอนหลังโดนนายแตงหวานซึ่งเป็นหัวหน้าทาสก่อกบฎ ฆ่าขอมเกือบหมดถึง 3 ใน 4
    แล้วเปลี่ยนชื่อเมืองจากเสียมราฐ เป็น เสียมเรียบ (ปราบสยามเรียบ) ขอมก็แตกทัพกลับมา 1 แสนคน
    กลับมาตั้งราชวงศ์อู่ทอง อาณาจักรศรีอโยธยา และปราบอาณาจักรสุโขทัย ปกครองแหลมทองสืบมา

    หลักฐาน
    อักษรขอมจารึกว่าชนชั้นปกครองใช้คำราชาศัพท์ซึ่งใช้ในราชวงศ์อู่ทอง ตัวเลขขอมเหมือนตัวเลขไทย
    จารึกไว้ว่าชนชั้นปกครอง ผิวขาว ตัวสูงใหญ่ ชายหญิงใส่เสื้อ และ รูปสลักที่ปราสาทหิน
    จะเห็นชนชั้นปกครองแต่งชุดมีการตัดเย็บ ทาสนุ่งห่มธรรมดาไม่ใส่เสื้อ

    สรุป
    คนขอม คือ ละโว้ (ลพบุรี) โคราช สุพรรณ
    คนสร้างปราสาทหินคือขอม ไม่ใช่เขมรซึ่งเป็นเพียงทาสในการก่อสร้าง
    เขมรคือทาสที่่ก่อกบฎยึดอาณาจักร

    มีอาจารย์ท่านหนึ่งกำลังนำเสนอระดับนานาชาติเพื่อแก้ไขประวัติศาสต์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

     
    • ๙ มหาเวทย์

      ตุลาคม 24, 2013 at 10:40 pm

      เป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากครับ ผมก็กำลังศึกษาเรื่องพระพุทธศาสนาอุบัติขึ้นในสุวรรณภูมิอยู่ เพราะประวัติศาสตร์ไทยยาวนานมามีมาแต่บ้านเชียงซึ่งอยู่ในยุคเดียวกับพระเวท

       
  15. บารมีธรรมคุ้มภัย

    ธันวาคม 9, 2013 at 9:23 am

    ผมเป็นคนหนึ่งแต่ก่อนไม่เคยเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะมีอยู่จริง แต่ตอนนี้ผมกลายเป็นอาจารย์รักษาคนไปแล้ว ผมได้รับการถ่ายทอดจากครูบาอาจารย์ตั้งแต่อายุ19ปี ถึงผมจะอายุไม่มากแต่ผมพูดได้ว่าผมรักษาคนมาก็มาก คาถาธรรมที่ผมได้รับการถ่ายทอดเป็นของพระพุทธเจ้าโดยแท้ และพระอุปคุต ปราบมารภูตผีแก้คุณไสยโดยเฉพาะ ผมก็เจอมาหลายเหตุการณ์ แต่ผมก็ชอบหาความรู้ตลอด ใครมีความรู้อะไรก็มาพูดคุยกับผมได้ แลกเปลี่ยนความรู้กัน หรือโทรมาคุยกับผมเป็นการส่วนตัวก็ได้ 0856481662 0892158326 หรือเข้ามาพูดคุยกับผมในเฟสบุ๊คก็ได้ Anurak Kammawan ชื่อเฟส @มาได้เลยครับ ยินดีแลกเปลี่ยนความรู้กับทุกคน

     
  16. ยุทธศักดิ์

    กุมภาพันธ์ 8, 2014 at 4:32 am

    วิชาของไทยนี่ถือว่าดีทีสุดแล้วครับไม่ทำร้ายผู้อื่นกันอันตรายได้สารพัดแม้กระทั่งคุณไสยต่างๆ

     
  17. นิรนาม

    มีนาคม 4, 2014 at 4:57 pm

    ลาวทำไทยแก้ ไทยทำเขมรแก้ เขมรทำอินเดียแก้

     
  18. pongskorn songseejun

    มิถุนายน 2, 2014 at 12:42 pm

    อือ ก็หน้ากลัวเหมมือนกันนะจ่ะ เจ้าปู่ก็บอกผมมว่า ถ้าโดนของให้หาวิธีแก้ ถ้าแก้ไมม่ทันอาจถึงชีวิต เพราะมมันอันตรายร้ายกว่ายาพิษอีก

     
    • ราชัน

      กันยายน 26, 2014 at 7:29 pm

      แรงไม่แรงอยู่ที่จิตใครแข็งกว่ากันครับ.

       
  19. kowtom kung

    มีนาคม 21, 2016 at 8:15 am

    ขออนุญาติ…เครื่องรางเหล่านี้ ไปเขียนการ์ตูนน่ะครับ

     
  20. บ็อบ ไปเล

    เมษายน 28, 2016 at 5:38 pm

    สำหรับอิสลามไสยศาสตร์เป็นเพียงการทดสอบเท่านั้น คือการตั้งภาคีต่อพระเจ้า
    สักการะสิ่งอื่นนอกจากพระเจ้า .คือพระเจ้าให้ไสยศาสตร์นั้นมีจริงแต่ห้ามยุ่งเกี่ยวเพื่อทดสอบใจมนุษย์ว่าจะปฏิบัติและหักห้ามจิตใจไม่ให้ยุ่งกับไสยศาสตร์ได้หรือไม่
    อย่าวที่รู้กันว่าไสยศาสตร์นั้นมิได้ให้ประโยชน์ผลดีอะไรเลย
    มีอีกอย่างอันนี้คือเหนือ ไสยศาสตร์ทั้งปวงคือ
    “มั๊วญิซาต”คือพระเจ้ามอบให้กับนบีสุไลมาน
    หรือกษัตริย์โซโลมอน คือถ้าสุไลมานประสงค์อยากทำสิ่งใดในโลกนี้ที่เกินสติแัญญามนุษย์หน้าใหนจะจินตนาการก็ทำได้โดยไม่ต้องขอต่อพระเจ้า เช่น ใช้ญินสร้างวิหารโซโลมอน
    ซึ่งวิหารนี้ล้ำสมัยเกินกว่าที่มนุษย์จะสร้างได้
    และอีกอย่างคือสามารถคุยกับสัตว์ได้
    เคยสั่งใช้ เสือ สิง กระทิง แรด ทำสงครามก็เคยแล้ว
    มาถึงโมเสสหรือมูซา ก็แยกทะเลออกเป็นสองฝั่งเพื่อหนีฟาโรด้วยไม้เท้า
    นบีมูฮัมหมัด ก็เคยผ่าดวงจันทร์เป็นสองส่วน
    เพราะมีชาวยิวมาถ้าทาย ซึ่งดาราศาสตร์ปัจจุบันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าดวงจันทร์เคยแยกออกจากกัน

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: