RSS

Category Archives: ตำรา & คัมภีร์

ยาสั่ง

ยาสั่ง

__________ยาสั่ง เป็นยาพิษชนิดหนึ่งที่นิยมในกันมากในหมู่ชาวเขาเผ่าต่างๆในภาคเหนือ และชาวไทย-เขมร ในเขตพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ โดยเฉพาะบริเวณอำเภอสังขะและอำเภอขุขันธ์ ในอดีตสมัยที่ยังไม่มีโรงพยาบาล และบริการสาธารณสุขแผนใหม่เข้าไปสู่ชุมชนนั้น ชาวบ้านในเขตพื้นที่ดังกล่าวจำนวนไม่น้อยที่กล่าวได้ว่าล้มตายไปเพราะถูกยาสั่ง จนทำให้เกิดความหวาดระแวงหวาดผวากันตลอดเวลา การคบหาสมาคมระหว่างกันก็ต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น แต่ปัจจุบันนี้ชาวบ้านเห็นว่าไม่มีความจำเป็นอีกแล้วที่จะต้องทำลายล้างกันด้วยยาสั่ง จึงได้ลดความสนใจลง และเชื่อกันว่าผู้ที่เรียนวิชาอาคมประเภทนี้จะหาความเจริญมาสู่ตนนั้นไม่ได้ มีแต่จะทำให้ชีวิตตนและครอบครัวไปสู่ความหายนะ ดังนั้นในหมู่คนรุ่นใหม่ปัจจุบันจึงมีคนเล่าเรียนวิชาเหล่านี้เป็นจำนวนน้อยที่ได้สืบต่อมาจากคนรุ่นเก่าก่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวกนักเลงอันธพาลและอีกประการหนึ่งคนรุ่นเก่าที่มีวิชาเหล่านี้อยู่ก็สำนึกได้ว่าการมีวิชาพวกนี้เป็นสิ่งไม่ดี ถ้าใช้ไม่ระมัดระวัง และดูแลรักษากิจวัตรปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฏเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว จะเป็นอันตรายต่อตัวเอง จึงไม่นิยมถ่ายทอดให้ใครอื่นอีกต่อไป
อย่างไรก็ตามจากการบอกเล่าของชาวบ้าน พบว่าชาวบ้านยังมีความเชื่อและหวาดกลัวเรื่องนี้อยู่มาก และสามารถที่จะบอกได้ว่าใครบ้างที่มีวิชายาสั่งอยู่ในขณะนี้ จากสภาพที่พบเห็นพวกนี้จะแยกตัวเองอยู่โดดเดี่ยวจากสังคม เช่น ทำกระท่อมอยู่ตามหัวไร่ปลายนาบ้างหรือไม่ก็อยู่ห่างจากชุมชนพอประมาณ การคบหาสมาคมกับชาวบ้านอื่นๆจะมีน้อย เนื่องจากไม่มีชาวบ้านคนไหนอยากจะคบด้วย เพราะกลัวจะถูกยาสั่ง ในด้านบุคคลิกส่วนตัวก็จะดูแปลกกว่าคนอื่น คือมีความหวาดกลัว เคร่งเคียด ไม่ไว้ใจใคร มีแววตาที่บ่งบอกว่ามีอำนาจอยู่ในตัว ทำให้เกิดความน่ากลัวต่อผู้พบเห็น ส่วนการดูแลรักษาตนเองนั้นค่อนข้างจะมีน้อย จะปล่อยผม เล็บยาว และอาบน้ำไม่บ่อยนัก ดูแล้วผิดแปลกไปจากชาวบ้านอื่นอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีวิชายาสั่งจะเป็นแบบนี้ บางคนก็อยู่ในชุมชน คบหาสมาคมกับชาวบ้านแบบสามัญชนคนธรรมดา ไม่ผิดแปลกอะไรจากคนอื่นๆ

ประเภทของยาสั่ง

____________ยาสั่งที่ชาวบ้านเชื่อกัน และใช้ทำร้ายกันอยู่มี ๒ ประเภท คือ
____________๑. ยาสั่งชนิดที่เมื่อผู้ใดได้รับแล้วจะตายภายใน ๒-๓ ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น ถ้าหากไม่สามารถเยียวยารักษาไว้ได้ทัน ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือยาพิษ หรือยาเบื่อนั่นเอง เมื่อยาสั่งเข้าไปในร่างกายของผู้ถูกใส่แล้ว ยาก็จะออกฤทธิ์ ทำให้มีอาการผิดปกติ เช่น ปวดหัว ปวดท้อง ง่วงซึม อาเจียน ขบกราม นอนนิ่ง และหลับไปเลยไม่ฟื้น ซึ่งชาวบ้านจะไม่ค่อยนิยมใช้ยาสั่งประเภทนี้เท่าไหร่นัก เนื่องจากเรงว่าผู้ถูกใส่ยาจะสงสัย หรือล่วงรู้เพราะยาสั่งออกฤทธิ์เร็วเกินไป
____________๒. ยาสั่งชนิดที่เมื่อรับเข้าไปแล้ว จะออกฤทธิ์หรือมีผลต่อเมื่อรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่จะทำปฏิกิริยากับยาสั่งนั้นเข้าไป จะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่มอะไรนั้นแล้วแต่ผู้ที่ใส่ยาสั่งนั้นจะประสงค์ เช่น เหล้า เนื้อวัว หน่อไม้ เนื้อไก่ เป็นต้น ถ้าไม่กินสิ่งเหล่านี้เข้าไปจะไม่เกิดผลแต่อย่างใด ไม่ว่าจะนานกี่ปีกี่เดือน ชาวบ้านส่วนใหญ่จะนิยมใช้ยาสั่งประเภทนี้ และเมื่อพูดถึงยาสั่งแล้วเป็นที่เข้าใจกันว่าเป็นยาสั่งชนิดที่ว่านี้

ลักษณะของยาสั่ง

____________ลักษณะของยาสั่งที่นิยมใช้กันมากได้แก่ ชนิดที่เป็นผงสีเทา ซึ่งประกอบไปด้วยยาหลายชนิดแล้วแต่ผู้ทำว่าจะใช้สูตรใด บางสูตรก็มี ๓ ชนิด บางสูตรก็มี ๖-๗ ชนิด ส่วนรายละเอียดของตัวยาว่ามีอะไรบ้างผสมกับอะไรนั้น ผู้เขียนไม่อาจจะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวนั่นได้ ซึ่งถ้าจะเรียนรู้จริงต้องยอมตนเป็นลูกศิษย์เสียก่อน แต่อย่างไรก็ดี ตามที่พอจะเปิดเผยได้ก็พอมีอยู่ ตัวอย่างเช่น “ส่วนผสมของยาสั่งประกอบด้วยพืชและสัตว์บางชนิด หรืออาจจะใช้ทั้งพืชและสัตว์ผสมกัน ส่วนที่ผสมจากพืชนั้นเช่น
____________๑. ผลของต้นสบู่ดำ
____________๒. หัวกระเทียมบดใส่ขวดฝังดินไว้เอาส่วนที่เป็นเชื้อราใช้
____________๓. รากมะกอก
____________๔. รากจำปูเม็ดสีแดงเห็ดร่างแห
____________๕. หัวต้นหนอนตายหยาก
____________๖. ฯลฯ บางชนิดใช้ลำต้นเสียบเนื้อย่างให้รับประทาน จะทำให้ผู้รับประทานนั้นนอนหลับตาย

____________ส่วนผสมที่มาจากสัตว์นั้น เช่น ดีนกยูง ดีปลาช่อน ปั๊วแดง คางคกแดง จิ้งเหลนแดง ค้างคาวแดง หนูหริ่งหรือหนูยวง หัวงูเห่า
____________นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมที่เป็นสารเคมี เช่น น้ำกรด ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า วิธีการปรุงยาสั่งส่วนใหญ่จะเอาส่วนผสมเหล่านั้นย่างไฟ แล้วเอามาบดรวมกัน เอาให้สัตว์กินเข้าไป เมื่อสัตว์นั้นตาย เอาสัตว์นั้นไปย่างให้กรอบ แล้วนำมาบดเป็นผง แล้วนำไปปลุกเสกตามวิธีทางไสยศาสตร์ เวลาจะสั่งให้ใครตาย ก็นำยานั่นผสมกับน้ำหรืออาหารให้ดื่มกินเข้าไป ยานั้นก็จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีขึ้น ถ้ารักษาไม่ทันก็ต้องตายในที่สุด”
____________นอกจากนี้ยาสั่งยังมีลักษณะเป็นผงสีเทาดังกล่าวแล่วยังมีชนิดอื่นๆ เช่น ชนิดเม็ด ชนิดผงสีแดงหรือสีอื่นๆ ตามส่วนผสมของสมุนไพร ที่ผู้ปรุงยาต้องการให้เป็นชนิดน้ำหรือชนิดผง แม้แต่ชนิดที่เป็นยางเหนียวๆ คล้ายครีมหรือวาสรีนก็มี ซึ่งแต่ละอย่างแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติและความเหมาะสมในการใช้ที่แตกต่างกัน เช่น ถ้าต้องการใส่กับเหล้าให้กิน ก็ต้องใช้ยาชนิดผงที่มีสักษณะสีเทาคล้ายกับเหล้าสาโท และถ้าต้องการใส่กับอาหารก็อาจจะใช้ประเภทน้ำ เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเจตนาและโอกาสของผู้ที่จะใส่ยาสั่งนั้นต้องการอย่างไร เมื่อกล่าวโดยสรุปแล้วจะเห็นว่ายาสั่งนั้นมีลักษณะดังนี้
____________๑. ผง เป็นผงสีเทา หรือสีอื่นๆ ตามส่วนผสมของสมุนไพร
____________๒. เม็ด เป็นเม็ดสีเทา หรือสีอื่น ตามส่วนผสมของสมุนไพร
____________๓. น้ำ หรือยางเหนียวๆ
____________๔. เป็นส่วนผสมของของตัวยาที่ทำจากพืชและสัตว์หลายชนิดรวมๆกัน
____________๕. เป็นสารพิษในตัวเอง เป็นสารพิษในตัวเอง เมื่อกินไปแล้ว แก้ไขรักษาไม่ทันอาจถึงตายได้

วิธีใส่ยาสั่ง

____________เนื่องจากยาสั่งเป็นสารที่มีพิษและเป็นอันตรายต่อผู้ได้รับสารนั้นเข้าไป การใส่ยาสั่งก็คือการทำให้ยานั้นเข้าไปอยู่ในร่างกายของผู้ที่จะถูกใส่ เช่น ใส่ปนเข้าไปกับอาหาร เครื่องดื่ม หรือของกิน ของขบเคียวทุกชนิด โดยซ่อนไว้ไม้ให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ตัว ส่วนใหญ่มักใส่ลงในเหล้า ในขณะที่นั่งดื่มด้วยกัน โดยซ่อนตัวยาไว้ที่ปลายเล็บของนิ้วโป้งหรือนิ้วหัวแม่มือ เวลารินเหล้าและยกแก้วเหล้าให้กิน ก็จะจับแก้วเหล้าแล้วถือโอกาสจุ่มปลายนิ้วหัวแม่มือลงไปในแก้ว ตัวยาก็จะละลายอยู่ในน้ำเหล้า ในกรณ๊ที่คนดื่อมเหล้าไม่ได้ หรือไม่ดื่มเหล้าก็ใส่ยาสั่งลงไปในอาหาร หรือเครื่องดื่มในขณะที่ผู้ที่จะถูกใส่ลืมตัวเผลอตัว ไม่คิดระแวงในเรื่องนี้ เมื่อใส่ยาสั่งเข้าไปในอาหารและดื่มกินเข้าไปในร่างกาย โดยส่วนใหญ่ยาสั่งจะไม่ออกฤทธิ์ทันที ซึ่งการออกฤทธิ์จะอาศัยผู้ใส่ยาจะไปทำพิธีทางไสยศาสตร์ โดยร่ายมนต์คาถา บางคนใช้หุ่นขี้ผึ่งแทนตัวผู้ถูกใส่ยาสั่งวางไว้หน้าโต๊ะพิธี แล้วเสกคาถาใส่หุ่นขี้ผึ่งนั้น ปล้วก็สั่งไปว่าจะให้ผู้ถูกใส่ยาสั่งมีอาการเป็นอย่างไร จะให้ตายเร็วหรือตาช้าๆอย่างทรมาน หรือจะให้ตายเฉพาะกินอาหาร หรือเครื่องดื่มชนิดใดลงไป ซึ่งเป็นชนิดที่สั่งกำกับมากับตัวยาสั่งชนิดนั้นๆ และเมื่อผู้ถูกใส่ยาสั่งไปกินอาหาร หรือเครื่องดื่มชนิดนั้นเข้าไปเมื่อใด ยาสั่งก็จะออกฤทธิ์ภายในหนึ่งวันหรือหนึ่งคืนหลังจากกินอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดนั้นเข้าไป

วิธีป้องกันยาสั่งและรักษาเบื้องต้น

____________ชาวบ้านส่วนใหญ่นอกจากหมอทางไสยศาสตร์แล้ว ไม่มีใครรู้วิธีการป้องกันรักษาเมื่อถูกยาสั่งเลย แต่เชื่อกันว่ามีทางป้องกันรักษาโดยหมอไสยศาสตร์เท่านั้น ส่วนหมอแผนปัจจุบันยังไม่เชื่อว่าจะสามารถรักษาได้ เพราะเท่าที่ผ่านมาก็จะทำการรักษากันเองตามแบบไสยศาสตร์ โดยคาถาอาคมควบคู่กับสมุนไพรบางชนิด ซึ่งมีทั้งชนิดต้ม และชนิดผงใส่น้ำดื่ม หลังจากดื่มแล้วก็จะถ่ายและอาเจียนออกมาหมด เหมือนกับการกินยาถ่ายและวันต่อมาก็จะหายเป็นปกติ
สำหรับตัวยาที่ใช้ป้องกันรักษาเมื่อถูกยาสั่งนั่นเท่าที่จะสังเขปออกมาได้มีดังนี้
____________๑. ป้องกันก่อนดื่มหรือกินน้ำอาหารนั้น ต้องทำการทดสอบก่อนว่าในนั้นมียาสั่งเจือปนอยู่หรือไม่ ซึ่งทำได้โดยการเอางาช้างที่ตัวมันเองไปแทงหักไว้กับต้นไม้ แล้วนำงาช้างนั่นออกมาให้อาจารย์ไสยศาสตร์ลงของหรือลงคาถาให้ ซึ่งเมื่อลงคาถาปล้วเชื่อว่าเป็นของดี ไปไหนมาไหนถือติดตัวไปด้วย เมื่อเวลาสงสัยว่าในอาหารมียาสั่งปนอยู่หรือไม่ก็ เอางาช้างนั้นจุ่มลงไปในอาหารนั้น ถ้าหากงาช้างปกติแสดงว่าไม่มีอะไร แต่ถ้าหากงาช้างนั้นเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีคล้ำก็แสดงว่าในอาหารหรือเครื่องดื่มนั้นมียาสั่ง ก็ให้งดอาหารหรือเครื่องดื่มนั้นเสย หรือหากเผลอกินเข้าไปแล้วต้องรีบไปหาหมอทางไสยศาสตร์มารักษาทันที ไม่เช่นนั้นอาจตายได้ 
__________ในบางครั้งอาจจะใชโลหะเงินตรวจดูซึ่งปกติแล้วยาพิษจะทำปฏิกิริยากับเงินเป็นสีดำคล้ำ แต่โดยการทดสอบหายาสังบางประเภทแม้จะใช้เงินตรวจ หรือตรวจด้วยวิธีอื่นแบบหายาพิษโดยทัวไปบางครั้งก็ไม่อาจจะพบได้ ยาสั่งบางชนิดไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ด้วยวิธีการหายาพิษในอาหรเช่นปัจจุบัน เห็ดพิษอาจจะตรวจสอบด้วยกระเทียมหรือข้าวสาร แต่ถ้าถูกนำมาทำเป็นยาสั่งก็ไมอาจจะจับได้ว่ามียาพิษ
___________หลักการตรวจสอบที่ตายตัวจริงๆนั้น ท่านให้ใช้จิตทีฝึกมาดีแล้ว ตรวจด้วยสมาธิ และคถกันคุณไสย์ต่างๆก็สามารถใช้จับทิศกรหาว่าในอาหารนั้น พิจารณาว่ามียาสั่งอยู่หรือไม่ก็ทำได้

____________๒. เมื่อเผลอกินอาหารหรือเครื่องดื่มที่มียาสั่งปนอยู่เข้าไปแล้ว ก็ให้รีบไปหาหมอทางไสยศาสตร์หรืออาจจะใช้ตัวยาสมุนไพรต่อไปนี้มาต้มกินหรือฝนกับน้ำให้กิน ซึ่งสามารถช่วยชีวิตไว้ได้เช่นกันหรืออาจจะถ่วงเวลาได้ในระยะหนึ่งกว่าจะหายาแก้ยาสั่งนั้นได้
๒.๑ ชนิดยาต้ม ปนะกอบไปด้วยสมุนไพร ๔ ชนิด และมีการเสกคาถาอาคมใส่เข้าไปด้วย ได้แก่
____________๑. สารส้มเขียว
____________๒. ต้นประเดียลกรัญ หรือโลทนงแดง
____________๓. ต้นตระยอง หรือ ประยงค์ป่า หรือพระเจ้าห้าพระองค์
____________๔. ว่านพญาขาว ทั้งตัวผู้และตัวเมีย
๒.๒ ชนิดฝนกับน้ำมี ๕ ชนิด ได้แก่
____________๑. สารส้มเขียว
____________๒. รากขปงต้นรุไร หรือเสลดพังพอนตัวผู้
____________๓. ต้นและรากของรุกัด
____________๔. รากของต้นตะขบ หรือตะขบ
____________๕. พระเจ้าห้าพระองค์
๒.๓ ชนิดว่าน ใช้ใบว่านจืด หรือ รางจืด ประมาณ ๑๒ ใบ ตำผสมน้ำซาวข้าวประมาณ ๖ ช้อนโต๊ะ หรือจะใช้รากรางจืดฝนกับน้ำซาวข้าวให้ดื่มก็ได้ จะทำให้ผู้ถูกยาสั่งปลอดภัยได้ภายใน ๑ ชั่วโมง

บทความยังไม่สมบูรณ์

 

แปลงไปล่ การกระทำด้วยคุณไสย์ใส่ผู้อื่น

แปลงไปล่

________การแปลงไปล่ เป็นภาษาเหนือ อ่านว่า “แป๋งไป๋” แปลว่า กระทำให้ขึ้นรูปหรือเข้าที่เข้าทาง ประนีประนอมรอมชอมและจัดตั้งแล้ว ในแง่ไสยศาสตร์มีความหมายว่า การทำร้ายผู้อื่นบุคคลอื่นด้วยไสยศาสตร์ คาถาอาคม ทำให้บุคคลที่ถูกกระทำมีปกติวิสัยเปลี่ยนไป ทำให้ผู้ถูกกระทำเป็นทุกข์ จนถึงกับล่มจมสูญเสียทรัพย์สิน สูญเสียทรัพย์สมบัติ ทั้งนี้การแปลงไปล่ มีวิธีการทำได้หลายวิธีที่คนในสมัยโบราณนิยมทำกัน ดังนี้

________๑. การใช้ข้าวสารจากหลังโลงศพ กล่าวคือมีการหามศพไปสู่ป่าช้าแล้ว การนำข้าวสารที่อยู่ในกระทงบนโลงศพไปโปรยที่กอไผ่ของคู่อริศัตรู เชื่อว่าจะทำให้กอไผ่นั้นออกดอก จากนั้นก็จะตายทั้งกอ เรียกว่า “ไผ่ตายขุย” ซึ่งย่อมเป็นที่เสียดายของเจ้าของ เพราะตันไผ่ในสมัยก่อนเป็นไม้เศรษฐกิจที่ต้องใช้ในการจักสานเครื่องมือเครื่องใช้เกือบทุกชนิด ใช้ในการปลูกเรือนที่อยู่อาศัย ใช้ล้อมรั้วบ้าน เป็นต้น ซึ่งกว่าจะปลูกใหม่ให้ได้ใช้การได้ต้องใช้เวลานานหลายปี

________๒. ไปผ่าเอาไม้ “แม่ช้าง” คือไม้คานที่วางรับเรือนศพ เพื่อหามศพไปป่าช้า ถ้านำเอากีบไม้แม่ช้างแม้กีบเล็กๆ ไปแอบเสียบไว้ใต้ถุนบ้านของคู่อริศัตรู จะทำให้ครอบครัวของผู้ถูกไปล่ถูกแปลงนั้นเกิดความร้อนไหม้ จนถึงกับฉิบหายล่มจมลงในที่สุด

________๓. การไปขอหรือบังคับผู้มีตั้งแต่ผีชั้นสูงคือเทวดาอารักษ์ ผีเสื้อวัด เสื้อบ้าน ผีเจ้าที่ ลงไปถึงผีชั้นเลวอย่างผีตายโหง ให้ไปรบกวนสร้างความเดือดร้อนให้แก่คู่อริศัตรู ให้เกิดการเสียข้าวของ เจ็บป่วยล้มตาย อย่างนี้เรียกว่า การแปลงไปล่อีกวิธีหนึ่งด้วย

________๔. การที่นำพริกนำเกลือ พร้อมเขียนชื่อคู่อริใส่ไปด้วย นำไปเผาแล้วกรวดน้ำ ทำการแช่งชักหักกระดูกให้คู้คู่อริศัตรูเกิดความร้อนใจ เร่าร้อนเป็นกังวล ให้เกิดเภทภัยต่างๆ อย่างนี้ก็เรียกว่า การแปลงไปล่ ด้วยเช่นกัน

________๕. การฝังรูปฝังหุ่น คือการนำเอาขี้ผึ้งหรือดินเหนียวมาปั้นเป็นรูปสมมติว่าเป็นคนที่เป็นคู่อริศัตรู โดยใส่ชื่อคู่อริศัตรูเขียนใส่ไปด้วยมีการนำเอาเข็มหรือหนามแหลมทิ่มแทง แล้วนำไปทำพิธีฝังในหลุมกลางวัดร้างบ้าง นำไปฝังกลางป่าช้าบ้าง ทำให้ผู้ถูกกระทำเจ็บปวด เสียดแทงในหัวอกหัวใจ อยู่ที่ใดไม่เป็นสุข

________๖. การไปบังคับ หือบนบานศาลกล่าวให้แก่ผีตั้งแต่ผีชั้นสูงลงไปถึงผีชั้นเลว ให้ช่วยทำให้ชายหรือหญิงที่ตนหมายปองมาหลงรักตน เพื่อให้สมหวังในความรัก

________๗. การลงอักขระยันต์ในกระดาษสาแล้วทำเป็นไส้เทียน เพื่อนำไปจุดให้ชายหญิงหลงรักตนก็ดี ลงใส่ใบตองกล้วยก็ดี ในใบไม้บางชนิดก็ดี ให้สัตว์กินหรือเอารองนั่งรองนอน เพื่อให้หญิงชายที่ตนหมายปองมาหลงรักตน หรือจุดเพื่อทำให้ผู้ใหญ่ หรือผู้บังคับบัญชารักตนชอบตน เอ็นดูแล้วประทานยศศักดิ์ให้ หรือจุดเพื่อให้พ้นผิดคือทำผิดมีโทษ ก็แปลงไปล่ให้เจ้าหน้าที่หรือผู้พิพากษาสั่งไม่ฟ้องหรือบอกว่าไม่ผิด เป็นต้น

________การรักษา ป้องกัน การป้องกันการกระทำแปลงไปล่ นี้ก็คือการใช้ไสยศาสตร์นั่นเองเป็นเครื่องแก้ โดยการไปให้หมอไสยศาสตร์ช่วยกระทำให้อาคมคุณไสยที่ได้รับเสื่อมลง หรือหารให้พระช่วยรดน้ำมนต์ คนโบราณโดยเฉพาะทีเป็นผู้หญิงจึงมีวิธีการป้องกันตัวไม่ให้ถูกแปลงไปล่หรือถูกกระทำได้ง่าย เช่น เมื่อเวลานอน ท่านสอนให้หญิงสาวเอาผ้าถุงคลุมหัว เป็นต้น เชื่อว่าคาถาคุณไสยจะไม่เข้าไปหาของต่ำ 

 

โองการมหาปลุก

โองการมหาปลุก 

๏ โอมปลุก มหาปลุก 
กูจะปลุกทั้งชั้นฟ้าแลชั้นดิน 
กูจะปลุกทั้งพระสมุทรและสายสิน
กูจะปลุกทั้งพระอินทร์และพระพรหม 
กูจะปลุกทั้งพระยมและพระกาฬ 
กูจะปลุกทั้งพระจตุโลกบาลทั้งสี่ 
กูจะปลุกทั้งพระมาตุลีที่มีฤทธิ์ 
กูจะปลุกทั้งจิตและทั้งใจ ให้ลุกขึ้น 
โอมปลุกมหาปลุกลุกลุกสวาหะ ๚๛ 

๏ โอม ดำเนินพระศุกร์ 
กูจะปลุกสำแดงนารายณ์แสง 
เธอจึงจะให้กูปลุกมนต์แลปลุกยา 
กูจะปลุกทั้งคาถาแลเลขยันต์ 
กูจะปลุกทั้งเป็นสูรย์แลเป็นจันทร์ 
กูจะปลุกทั้งกลางวันแลกลางคืน 
กูจะปลุกไม้อันยื่นก็มาระเถื่อน 
กูจะปลุกทั้งบนเรือนแลป่าช้า 
กูจะปลุกทั้งสะบ้าแลเขาควาย 
กูจะปลุกทั้งรูปตายมาเป็น 
กูจะปลุกทั้งเส้นเอ็นแลกระดูก 
กูจะผูกทั้งด้ายผูกประกบ 
พระครูกูชื่อพระฤษีกัสสป 
ชุบมนต์ให้แก่กู อิสวาสุ มะอะอุ ๚๛ 

๏ โอม ปลุกปลุก สารพัดกูจะปลุก
กูจะปลุกพระภูมิเจ้าที่ 
กูจะปลุกทั้งกรุงพาลี
กูจะปลุกทั้งนางพระธรณี 
กูจะปลุกทั้งพระฤๅษีดาบสสี่พระองค์
เธอจึงให้กูปลุกมนต์และพระคาถาทั้งร้อยพระคัมภีร์
กูจะปลุกทั้งพระฤๅษีประไลยโกฏ
เธอจึงออกพระโอษฐ์ให้ปลุกผีโขมดและพรายมายา
กูจะปลุกทั้งเทวดาแลอินทร์พรหม
กูจะปลุกทั้งพระยมแลพระกาฬ
กูจะปลุกทั้งพระจตุโลกบาลทั้งสี่พระองค์
กูจะปลุกทั้งพระอิศวรและพระนารายณ์
กูจะปลุกทั้งพระพุทธคีเนต 
กูจะปลุกทั้งพระพุทธคีนาย
กูจะปลุกทั้งนางอุมาควดี
กูจะปลุกทั้งพระมาตุลีให้มีฤทธิ์กล้าหาญ
กูจะปลุกทั้งหนุมาน 
กูจะปลุกได้ถ้วนทุกประการ
กูจะปลุกทั้งพระประธาน 
กูจะปลุกทั้งพระเกษตรและพระปรอท 
กูจะปลุกทั้งพระฤษีนารอด
อันเธอทรงยอดพระปิฎกไตร

เธอจึงให้กูปลุกเครื่องบริสุทธิ์ตะกรุด และพิศมร 
กูจะปลุกผ้าประเจียด
แลมงคลให้คงทนแคล้วคลาด 

กูจะปลุกเครื่องเหล็กไหล แลทองแดง
ด้วยศาสตราคม อมสิทธิฤทธิ์ 
กูจะปลุกทั้งหินผา แลเขี้ยวงา
กูจะปลุกแหลนปลุกหอกปลุกดาบ
ปลุกธนูกำซาบ แลมีดพร้า

กูจะปลุกไม้ตำตาก กูจะปลุกได้สารพัด
ให้เป็นพระขรรค์ไชยศรี

กูจะปลุกลูกประคำทั้งพระภควัมบดี
กูจะปลุกทั้งฝูงผีทุกป่าช้าสารพัด
กูจะปลุกให้ลุกขึ้นทุกประกา
โอม ปลุกลุกขึ้นมารองรับพระราชโองการ สะวาหะ สะวาโหม ๚๛

 

โองการมหาทมื่น

________โอม นะ โม พุท ธา ยะ
กูจะกล่าวกำเนิดเกิดพระมหาทมื่น 
กูจะโยนตัวกูขึ้นไปเป็นกงไม้ไร่ 
ก็หักแหลกลงเป็นผุยผงทั่วทั้งเมืองสกลชมพู 
กูจะลำลึกถุงครูกูใครจะสู้กูก็บ่มิได้ 
ครูกูจึงให้กูเล่า พระคาถาพุทธังสรณังคัจฉามิ 
ธัมมังสรณังคัจฉามิ สังฆังสะระณังคัจฉามิ 
ภะคะวาไชยมังคะลัง อะระหัง สุคะโต 
นะโมพุทธายะวันทานัง ปาสุอุชา อิสะปะมิ 
พุทธสังมิ อิสวาสุ นะมะอะอุ อิกะวิติ 
วิสุทธิเสฐโฐ อะสังวิสุโลปุสะพุภะ 
อะระหังสุคะโตภะคะวา สังวิธาปุกะยะปะ 
อาปามะจุปะ ทีมะสังอังขุ ทุสะมะนิ 
สะธะวิปิปะสะอุ ทุสะนะโส จิเจรุนิ ตันนิพพุทติง 
นะมะนะอะ นอกอนะกะ กออนออะ 
นะอะกะอัง ตัถถะนะถะ อุมะอะยัง 
จิปิเสคิ คิเสปิจิ กันหะเนหะ นิระมหาสะตัง 
จะภะกะสะ นะมะพะทะ กะระมะถะ 
จะอะภะคะ นะมะกะยะ สุสิโมพุทโธภะคะวา 
สุสิโมธัมโมภะคะวา สุสิโมสังโฆภะคะวา 
โลกะนาโถมหิทธิโก นาสังสิโม 
ยะถาพะลังจังงังเหยหาย 
เดชะครูปัทธิยายจึงให้เป็นกำแพงเพชรทั้ง 7 
ชั้นกันตนกู คือ พระวิภังค์พระสังฆณี
พระปรมัตถะอัตถาจาริย์เจ้า
จึงให้คงแก่หอกดาบแหลนหลาว 
ธนูง้าวทั้งหน้าไม้ปืนไฟอย่าได้ต้องตนกู

เพชชะคงแก่ หอกเหล็ก 
หอกหล่อ หอกข้อเงิน 
หอกข้อทอง หอกสำริด
กริชทองแดงคงแก่แสงฟ้าผ่า 
คงทั้งข้างซ้าย คงทั้งข้างขวา 
คงทั้งข้างหน้า คงทั้งข้างหลัง 
คงทั้งนั้น คงทั้งยืน คงทั้งหลับ 
คงทั้งตื่น คงทั้งกลางคืน คงทั้งกลางวัน
ตรีเพชชะคงๆสวาหะ 

_____________โอมเอิกเกริกไตรภพตลบบาดาลเหาะทยานบนอากาศ
หมู่อสูรขยาด
มืดมัวกลัวกูอยู่ระย่อฤาษีเล้นซุกซ้อนนอนหลับอยู่กลางป่า
ทั้งขโมดมารยาเหาะทยานมา ช่วยกูหนุมานหลานพระไวยบุตร
สัปปะยุทธ
ด้วยอินทรชิตประสิทธิสรรพาง
ค์ล้างมารมัดตนได้เอาไปถวายแก่ราพย์
เจ้ากรุงลงกาหมู่อสูรยักษาจะฆ่ากูก็บ่มิตาย 

ด้วยเดชะพระนารายณ์ จุติลงมาบังเกิด 
นะโมพุทธายะ ตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวา เกศาผม 
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวา โลมาขน
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวา นะขาเล็บ 
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวา ทันตาฟัน 
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวา ตะโจหนัง 
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวา มังสังเนื้อ 
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวานหารูเอ็น 
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
อิติปิโสภะคะวา อัตถิกระดูก 
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ 
คงด้วยนะโมพุทธายะ 
พุทธังรักษา ธัมมังรักษา สังฆังรักษา 
บิดารักษา มารดารักษา พระอินทรักษา 
พระพรหมรักษา ครูบาอาจารย์รักษา 
อิมังกายะพันธะนังอะธิฏฐามิ ฯ

 

เสน่ห์ยาแฝด ฝังรูปฝังรอย คาถาช้างโขลง

_________ยาแฝด เป็นการทำเสน่ห์อย่างหนึ่งเพื่อให้คนบังเกิดความรักและลุ่มหลงในตัวผู้กระทำ การทำเสน่ห์ทางไสยศาสตร์ของคนโบราณมีหลายวิธี แต่ที่เรียกว่าเสน่ห์ยาแฝดนี้ หมายถึงการทำเสน่ห์โดยทำยาผสมให้กิน เมื่อผู้ใดกินเข้าไปแล้ว ก็จะบังเกิดความรักและโหยหาในตัวผู้กระทำ ถึงกับต้องมาหากันในทันใด คนแต่ก่อนว่าไว้ ใครถูกยาแฝดถึงอยู่ไกลไม่เกินสามวัน ถ้าอยู่ใกล้ไม่เกินชั่วหม้อข้าวเดือด ย่อมทนอยู่มิได้ จะต้องมาหากันเป็นแน่แท้ และเสน่ห์ยาแฝดนี้ยังรวมไปถึงการทำเสน่ห์แบบอื่นๆ ทั้งการฝังรูปฝังรอย 

._________________________________.

คาถาช้างโขลง สำนวนที่ ๑ 
“โอมจิตคิดถึงลำโพง
กูจะเสกให้ช้างกินช้างก็ลืมโขลง
กูจะเสกให้โขลงกินโขลงก็ลืมไพร
(เอ่ยชื่อคนที่เรารัก เป็นผู้ชายก็ อ้าย…. เป็นผู้หญิงก็ อี่…….)
อยู่มิได้ร้องไห้มาหากู โอมสวาหะ”

คาถาช้างโขลง สำนวนที่ ๒ 
“โอมพญาลำโพง ช้างกินลืมโรง
โขลงกินก็ลืมไพร สาวแก่แม่หม้าย
บุรุษผู้ใดกินเข้าไป ให้ร้องไห้มิพักอัดแอ
ลืมพ่อลืมแม่ ปู่เจ้าเขาเขียวปู่เจ้าสมิงไพร
ให้ไว้แก่กู สิทธิสวาหะ”

คาถาช้างโขลง สำนวนที่ ๓ 
“โอม ตบตบ
กูจักตบใส่ช้าง หื้อนอนก็นอน
กูจักตบขอน หื้ออว่ายก็อว่าย
กูจักตบควาย หื้อลงก็ลง
กูจักแปลงฅน หื้อรักก็รัก
กูจักแปลงสัตว์ หื้ออ่อนก็อ่อน
หื่อจื้จื่อเชื่อเจ้าจำควาญ
กูจักข่มหัวมึงกุ้มเช่นยาวชีวัง
โอมสาวหุมติด”

คาถาช้างโขลง สำนวนที่ ๔
“โอมหมากแลง กำปูคำสองก้าน 
กูจักมนต์ใส่ช้าง ก็หื้อหลง 
กูจักมนต์ใส่คน ก็ฮื้ออ่อน
หื้อมึงอ่อนกู เหมือนช้างอ่อนขอ
เหมือนฅออ่อนเหล้า เหมือนข้าวอ่อนในไห
ฮักแต้เนอ นางเนอ เออ เออ 
นางฮัก โอมสวาหุมติด”

คาถาช้างโขลง สำนวนที่ ๕ 
“โอม จำลงมหาจำลง 
จำหลักจำแหล่ง จำตั้งจำแทง 
จำแดงเข้ากอง จำต้องเป่าไฟ 
มาลาจำใจ จำเชือกจำปอ
จำหมอจำควาญ เนอเจ้าเนอ 
เออจำรัก โอมโทรงโทรงฯ” 

._________________________________.

วิธีที่ 1
__________ยาแฝดเป็นความเชื่อโบราณ เมื่อกาลเวลาผ่านไปจึงค่อย ๆ สูญไปทีละน้อย ผู้รู้แต่ก่อนก็มักปกปิดไม่เปิดเผยเพราะเกรงจะมีผู้เอาไปทำแล้วเกิดบาปแก่ตัวเอง แต่จากที่มีบันทึกไว้ในสมุดข่อยตกทอดมาถึงปัจจุบันพบว่า มีวิธีการทำหลายวิธี วิธีหนึ่งคือนำ ลูกสวาดมาล้วงเอาไส้ข้างในออก แล้วให้ผู้กระทำลงไปอาบน้ำในอ่าง ขัดสีร่างกายให้ทั่ว แล้วรอให้น้ำตกตะกอน จากนั้นจึงรินน้ำออกช้อนเอาแต่ตะกอนคราบไคลในตัวมาจำนวนหนึ่งผสมกับชะมด พิมเสนและของหอม ยัดใส่ในลูกสวาดนั้นแล้วปิดผนึกด้วยขี้ผึ้ง แล้วจึงกลืนเข้าไปในท้อง เมื่อจะถ่ายอุจจาระให้คอยดูเมื่อถ่ายออกมาได้แล้วจึงนำลูกสวาดนั้นมาชำระล้างแล้วเอาเผาไฟให้ไหม้ เสกด้วยคาถาแล้วใส่ให้ผู้ที่เราปรารถนากินเข้าไปจะรักเราจนวันตาย ตัวยาที่ใช้ทำยาแฝดมีหลายอย่าง บางตำรับให้ใช้ลูกลำโพงบ้าง หรือไคลกลางใจมือใจเท้าทั้งสองข้าง เลือดจากหน้าอก ไปจนถึงเถ้ากระดูกผีพราย ส่วนผสมเหล่านี้ทำยาแล้วเสกด้วยคาถาเอาใส่ให้กิน เรียกว่ายาแฝด ทำให้ลุ่มหลงมัวเมาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

วิธีที่ 2
__________อีกวิธีหนึ่ง โบราณว่าให้เอาตะไคร่จากสีมาหน้าพระอุโบสถ ตะไคร่จากเสาตะลุงช้าง (หมายถึงเสาหลักที่เขาผูกช้างเอาไว้เสมอ) และขี้เหงื่อขี้ไคลจากตัวเราที่ขัดตอนอาบน้ำ เอาส่วนผสมเท่า ๆ กันมาผสมเข้าด้วยกัน แล้วใส่ในเมล็ดสวาด เมล็ดสวาดนี้ให้เจาะเป็นรูเล็ก ๆ แล้วล้วงเอาไส้ในออก เมื่อบรรจุเข้าไปแล้วอุดด้วยขี้ผึ้ง จากนั้นให้กลืนเข้าไปในท้อง รอจนถ่ายอุจจาระให้หาดูเพราะเมล็ดสวาทจะไม่ย่อยสลาย จากนั้นเอามาล้างน้ำให้สะอาดแล้วเผาไฟให้เป็นถ่าน บดเป็นผงละเอียด แล้วเสกด้วยมนต์คาถา โอมจิตคิดถึงลำโพง กูจะเสกให้ช้างกินช้างก็ลืมโขลง กูจะเสกให้โขลงกินโขลงก็ลืมไพร (เอ่ยชื่อคนที่เรารัก) อยู่มิได้ร้องไห้มาหากู โอมสวาหะ เสกให้ได้ครบ 3 วันเสาร์แล้วเอาผสมอาหารให้กิน คนผู้นั้นจะรักและหลงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ต้นสวาท และ เมล็ดสวาท

วิธีที่ 3
___________ใช้ลูกลำโพงกาสลัก ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่ง มีเคล็ดว่าเมื่อเด็ดลูกมาแล้วให้รีบหันกลับไปจากที่นั้น ห้ามหันหลังไปดูโดยเด็ดขาด เอาลูกลำโพงมาผสมกับขี้ไคลในตัวเรา เช่น ไคลจากใจมือใจเท้าทั้งสองข้าง ไคลจากที่ลับ เป็นต้น บดผสมกันแล้วเสกด้วยคาถา โอมพญาลำโพง ช้างกินลืมโรง โขลงกินก็ลืมไพร สาวแก่แม่หม้าย บุรุษผู้ใดกินเข้าไป ให้ร้องไห้มิพักอัดแอ ลืมพ่อลืมแม่ ปู่เจ้าเขาเขียวปู่เจ้าสมิงไพร ให้ไว้แก่กู สิทธิสวาหะ แล้วลอบใส่ในอาหารหรือในน้ำให้กิน ตำราว่าใครกินเข้าไปรักเราจนวันตาย ถ้าให้รักทั้งเรือนเอายาใส่ลงในตุ่มน้ำให้กินรักทั้งเรือน ตัวยาที่ใช้มีหลายชนิดที่แตกต่างกันออกไป บางทีให้ใส่เลือดในหัวอกหรือท้องน่องของผู้กระทำลงไปด้วยเล็กน้อย เพื่อเป็นเคล็ดว่าเรารักเขาเสมือนเลือดในหัวอก บางตำราให้ผสมผงกระดูกจากศพที่ตายวันเสาร์เผาวันอังคารลงไปด้วยก็มี

ดอกลำโพงกาสลัก

ผลลำโพงกาสลัก__________________เมล็ดลำโพงกาสลัก

วิธีที่ 4
____________อีกอย่างเรียกว่า หงส์ร่อนมังกรรำ เป็นวิธีที่ผู้หญิงจะใช้กับผู้ชายโดยเฉพาะ วิธีนี้คือการเอาอาหารที่เขาจะรับประทาน ตอนยังร้อน ๆ อยู่ เอาใส่ไว้ใต้หว่างขา โบราณให้ปลดโจงกระเบนยกขึ้นอังไว้ให้พออากาศผ่าน เมื่อไอร้อนโดนความเย็นด้านในก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำลงในหม้อ ทำอาการอย่างนี้เรียกว่าหงส์ร่อนมังกรรำ แล้วเอาให้รับประทาน ผู้ชายจะหลงจนโงหัวไม่ขึ้น นอกจากนี้ยังมีวิธีอย่างอื่นอีก

._________________________________.

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น
___________การทำเสน่ห์ด้วยยาแฝดนี้ ทำให้รักหลงได้แต่โบราณก็ว่า มีผลข้างเคียงกับผู้ถูกกระทำ กล่าวคือ ในเบื้องต้น ผู้ถูกยาแฝดจะมีใบหน้าขาวซีด ขอบตาคล้ำปราศจากสง่าราศี หรือใบหน้าเป็นฝ้า มีอาการบ่นเพ้อหาโดยไม่ทราบสาเหตุ บางคนอาจถึงคุ้มคลั่งมีอาการเหมือนวิกลจริต นานวันยิ่งอาการหนักขึ้นจนอาจถึงเสียสติ โบราณจึงห้ามนักหนาว่าไม่ควรทำเพราะเป็นบาปแก่ตัวมาก

._________________________________.

วิธีแก้คุณไสย์ฝังรูปฝังรอย และยาแฝด
ขั้นของอ่อน ไปจนถึงของแรง
๑. ให้กินน้ำใต้ท้องเรือจ้าง 7 ลำจึงหาย
๒. ให้รดน้ำมนตร์ธรณีสาร จึงหาย
link : น้ำมนตร์ธรณีสาร
๓. ให้รดน้ำมนตร์โองการพระมหาเถรตำแย จึงหาย
link : น้ำมนตร์มหาเถรตำแย
๔. ให้รดน้ำมนตร์คาถาถอนโบสถ์ถอนสีมา จึงหาย
๕. ให้รดน้ำมนต์เหล็กไหล จึงหาย
๖. ให้รดน้ำมนต์กันเสนียด จึงหาย
๗. ให้รดน้ำมนต์หกตำนานสิบสองตำนาน จึงหาย
๘. เสกพระพุทธคุณประกอบยาต้ม จึงหาย
๙. หายาแก้ยาแฝด และทำลายรูปปั้น จึงหาย

คาถาป้องกัน คาถาถอนถอนโบสถ์ถอนสีมา
“สมุหเนยฺย สมุหนติ สมุหคโต สีมาคตํ พทฺธเสมายํ
สมุหนิพตพฺโพ เอวํ เอหิ นะเคลื่อน โมถอน พุทคลอน
ธาเลื่อน ยะหลุดหาย”

คาถาย่อ “นะถอด โมถอน พุทคลอน ธาเคลื่อน ยะเลื่อนหลุดลอย”
สรรพคุณใช้แก้ลมพัดลมเพ แก้คุณไสย์ทั้งยาแฝดยาสั่งและอาคม
เสกน้ำกินและอาบ เสกไพลทาแก้ปวด 

._________________________________.

 

 

คัมภีร์สัพพคุณาไสยศาสตร์ ว่าด้วยไสยศาสตร์ (เบื้องต้น)

คัมภีร์สัพพคุณาไสยศาสตร์ ว่าด้วยไสยศาสตร์ (เบื้องต้น)

ธรรมจิต สวัสดี ประพันธ์
        (หลวงฤทธิ์) 

៙        น คัมภีร์อรรถเวทย์เหตุพิเคราะห์
ข้าได้เสาะแสวงจิตคิดสรรหา
หลวงฤทธิ์ ขอประพันธ์กลอนมาตรา
พรรณนาโวหารสายร้อย ร ถ้อยคำ
៙       ล โทษา น คุณา อัขระอักษร 
ฤ ขจร ฤๅ กาล ล อวาย
ลักษณ์สดับ จับจารรึก  ไว้วางลาย
ร่ายคุรุ ธ ล่วงล้ำ ล นิวรกรรม ៚

 ៙        น คำนึงถึงเวทย์ไสย์ไท้อาคม           อันสั่งสมไว้มากมายหลากพิศาล
ได้ร่ำเรียนเพียรพิชิตวิชาชาญ                      ประสบการณ์มีมากชำนาญมี
การป้องกันรักษาซึ่งชีวิต                             ท่านได้คิดตามความการวิถี
ทุกไสยศาสตร์ได้กล่าวไว้มากมี                   ให้รู้ดีเรียนแล้วจงแก้เป็น
อนึ่งจิตใจของคนให้สูงส่ง                           อย่าตกลงนรกเดรัชฉานเข็น
จะเป็นภัยในวิชานั้นลำเค็ญ                          หฤทัยเป็นดั่งมนุษย์สุดนิพพาน
ข้าขอกล่าวการกลอนสอนให้ไว้                    เผื่อวันไหนถูกอาคมมาประหาร
จงรู้ความปกปักรักษ์ตั้งปราการ                    ให้ประสานในวิชาดำรงมา
ขอกราบกรานครูอาจารย์ท่านทั้งหลาย           มุ่งกล่าวหมายให้วิชามารักษา
เพื่อจักได้เห็นสรรพคุณนานา                       ให้วิชชาประสิทธิ์ฤทธิ์นิรันดร์ ៚

៙        น อาคมที่จ่อมจมอยู่บนเศียร            ที่ไหนเวียนอยู่โลหิตฤทธิกระแส
ฝั่งในกายาเนื้อหนังเห็นแล                         อย่าชะแง้ฉงนผิดไม่คิดการ
บ้างอยู่ด้วยว่านไม้ไพลหวาย                      บ้างอยู่สายธาตุแร่เหล็กหิน
บ้างอยู่ด้วยมรกตเพชรนิล                          บ้างอยู่สิ้นแก้วตางากระดูกสัตว์
บ้างอยู่ด้วยเลขยันต์น้ำมันทา                     บ้างอยู่ด้วยสุรามาดื่มกิน
บ้างอยู่ด้วยจารแร่เนื้อแท้สินธิ์                    บ้างอยู่พิณสะล้อเครื่องดนตรี
บ้างอยู่ด้วยโอมอ่านพระคาถา                    บ้างอยู่หน้าเครื่องรางและของขลัง
บ้างอยู่ด้วยครูอาจารย์มากำลัง                   บ้างอยู่หลังตำรามาร่ำเรียน
บ้างอยู่ด้วยสิทธิ์ฤทธิ์อาถรรพ์                     บ้างอยู่พรรณพิษพืชสรรพสัตว์
บ้างอยู่ด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์แถวทางลัด             ทุกสิ่งสัจจ์อย่างคงไว้ฤทธิวิธี ៚

៙        น กายาผู้ทรงอาคมเวทย์                   ปริเฉทขันธ์มูลศูนย์รักษา
ตั้งแต่เกศาลงมาจรดบาทา                          กลางเวหาออกไปเป็นรัศมี
พระมนต์สรวงสวมไว้ทรวงร่างกาย                พระเวทหมายนัยกายามาส่งเสริม
พระปริตรกลางกั้นอาณาเติม                        พระสูตรเฉลิมจุนเจิมนลาฏพลัน
พร้อมเลขยันต์สักไว้ทั่วเนื้อหนัง                    เขียนทั่วทั้งสามสิบสองส่วนสิ้น
อักขระอักษรพิสดารจินต์                              สักปกิณกะสิ่งสารพัด
สักด้วยหมึกไม้น้ำมันเขียน                            ที่ได้เพียรทนประจักษ์แก่ภักษา
แล้วจึงแช่น้ำว่านและไพรยา                          ที่หามาสมุนไพรร้อยแปดพรรณ
เขียนจารจารึกพร้อมอักขระ                           มาปิดประพิทักษ์สิทธิ์เฝ้ารักษา
จารด้วยเพชรมั่งคงทนศาสตรา                      จารนิลมาอยู่ยงคงชาตรี
จารด้วยเงินจารไว้ให้มีศรี                              จารด้วยสีชาติเขียนเพียรพลังสาร
จารด้วยทองปองเมตตามหานิยม                   จารทองสมปองทรัพย์ให้นับแสน
จารด้วยไม้หอมล้อมรักแทน                          จารด้วยแผ่นดินจิตตั้งมั่นธรณี
จารด้วยถ่านต้านไว้ใช้หลีกหลบ                      จารประคบบารีศรีบุษรา
จากด้วยมรกตจรดปัญญา                               จารว่านยารักษากายาหายโรคพัน
แล้วจึงฝั่งเพชรเจ็ดเม็ดไว้                               ฝั่งที่ไหล่สองข้างด้วยทับทิมเสริม
ฝั่งรัตนชาตินพคุณหนุนเพิ่มเติม                      องค์กายเสริมเติมแต่งแรงนพรัตน์
ฝั่งเหล็กไหลศักดิ์สิทธิ์อีกหนึ่งสิ่ง                     ให้เย้ยยิ่งกายาดุจเหล็กไหล
แข็งแกร่งภูผามีปานใด                                  อาวุธไชร้ให้หักสิ้นเมื่อปัดมา ៚
               
៙      น เครื่องทรงปรงไว้ใช้อาทิ                    มีฤทธิเพริศแพร้วแพรววิสัย
เสื้อผ้าประดับกายฉายสวมไว้                         เสริมเพิ่มไปธาตุแท้แร่ประจำตน
ทั้งอาวุธคู่กายอย่าได้ขาด                             บ่ประมาทมีดดาบสาปสิงสู่
พุทธคุณหนุนนำไว้ให้อยู่                              รักษาคู่จิตใจให้พรหมจรรย์
กล่าวพระมนต์บัดดลด้วยคาถา                       ปลุกขึ้นมาให้รู้แจ้งทั่วเขตขันธ์
รักษาไว้ได้ให้มนต์มิคลายครัน                        จับให้มั่นคงไว้ให้ทุกกาล
มีดหมอศาสตราอาวุธกล้า                            ไม้หวายท้าเคี้ยนตีสิ่งอาถรรพ์
ไม้เท้าประกาศิตใช้หนุนพลัน                          ทุกสิ่งสรรกอปไว้ใช้ประจำตน
บางมีหมวกใส่เวทย์เหตุประจักษ์                      บางพิทักษ์รักษาผ้าโผกหัว
รัดประคดขัดไว้มิให้กลัว                                ครอบสายขวัญธุรำไว้ให้สิทธิการ
บางมีสายขลาดไว้ที่หน้าผาก                         บางห่มภาคผ้ายันต์ไว้เป็นประเจียร
บางผูกมัดไว้ครอบคอ ฤ ทั้งเศียร                    อังสะเพียรพับวางต่างไหล่มา
ทั้งรองเท้าก้าวเดินเหินพิชิต                           ทั้งประสิทธิ์ยามใส่ไว้สิ่งของ
สรรพสารพัดอาวุธอย่าหลีกปอง                     ให้มามองครองไว้ในกายา
แหวนมณีนพรัตน์ฉัตรดวงแก้ว                        มณีแพร้วเจ็ดประการธำรงม์สาร
หัวพญานาคราชหัวมังกรกราน                        ลงยาญาณหัวคชสารหัวสิงห์ไชย
ทั้งพ่อปู่ฤๅษีแลพระพิฆเนศ                            ปรเมศอุณาโลมโฉลมขวัญ
อยู่หน้าผากพิเคราะห์สารพัน                           เครื่องพันทนันทการมาเพิ่มเติม
กำไรเงินและทองสองข้อแขน                         ประคำแสนร้อยแปดเม็ดสวมใส่ห้อย
ตระกุดสิบชนิดทัดไว้คอย                              อย่าให้น้อยหน้ากันพนันฤทธี
ตระกุดใบมะขามตามมาใส่                             ยันต์หนีบไซร้เก้ากลุ่มสุ่มเพชรฉัตร
มหาจักรจังงังทั้งสังวังทัด                               มยุรฉัตรทองคำและแก้วเงิน ៚

៙      น  ตำราพากเพียรเขียนเฉพาะ                 ให้รู้เจาะจงเก็บไว้ในที่สูง
กราบเคารพครูบาให้ส่งสูง                              ช่วยพยุงเวทย์ไว้อย่าให้คลาย
สวดคาถาสารพัดจัดแจงเทิด                           อานิสงค์เกิดกำเนิดเลิศเล็งเห็น
ผละผลบันดลพ่นฤทธิเร้น                               บ่ว่างเว้นบรวงทรวงสรวงรักษา
เชิญครูบาอาจารย์มาร่วมกัป                             เชิญสดับเทวามาสวดฉันท์
เชิญฤๅษีมาร่วมพรพลัน                                  เชิญอรหันต์มากันสนั่นดิน
เชิญจุตโลกบาลท้าวทั้งสี่                                เชิญอินทร์ที่บัลลังก์ฉัตรเฉลิม
เชิญสิบหกชั้นฟ้ามาเติม                                  เชิญมาเสริมสิบห้าทั่วชั้นดิน
เชิญสิบสี่บาดาลมางานสิ้น                              บ่ภาคินคิดหลีกเร้นมิเป็นการ ៚

៙      น คาถาพระอาคมที่สั่งสม                      ธ บรมสวดพร้อมตรวจกรวดฤทธิ์ถี
พระมนต์พระเวทปริตรมี                                   พระชัยศรีพระสูตรพระคาถา
พุทธคุณธรรมคุณพระสังฆะ                            พระอัฏษะทั้งแปดมาสวดใส่
อาการสามสิบสองท่องไว้                              จินดาใดยอดกัณฑ์ไตรพลันพลั้งเพลิน
สัมพุท เธ นโม เม ทุกสวดบท                          สูตรทั้งหมดเมตตาปาฏิโมกข์
โพคฌงค์ธรรมจักรอุปโลกน์                            สูตรพระโมคคัลลานะกัสสะปัง
อาปาริหารย์พระอาทิตย์                                   มาสถิตจันทราสุริยวงค์
รตนวัฏฏกโมรคง                                              พระมงคลชัยยะธชัคคะสูตร
ขันธปริตรอภยองคุลีมาล                                 พระธาระณาปริตรสรรสวดสงค์
มหาปริตรมหาสูตรภาวนาคง                            นมสการประยงค์ดำรงเลิศฤทธี
คิริมามหาสติสะมะยะ                                       อาฏานะอาการะกรณีเห็น
จักวาฬน้อยจักวาฬใหญ่สวดเป็น                      ชยันโตเช่นบารมีสามสิบทัศ
ทั้งชินบัญชะระวัชระวิถี                                     ชนะมารมีพญายมมหาพิทักษ์
มหาสังวังจังงังมหาประจักษ์                            มหาประทักษิณาเก้ามหามันตัง
มหาจักรเฉวตฉัตรขัตตฤกษ์                              มหาเทิดพร้อมมหาทิพมนต์
โพธิบาทอิติโสแปดพระมนต์                            พาหุงดลประดับไว้มหากาณ
โองการพินธุหามาสวดไว้                                 โองการใหญ่ธรณีน้อยพรหมขาน
โองการเชิญทวยเทพมาประสาน                      ศิวะการนาราย์ธเณตพระแม่นาง    
สาลิกาการเวกเสกพิชิต                                    นางกวักจิตคิดรักมากพิสมัย
หัวใจร้อยแปดบทจดจำไว้                                มหาเสน่ห์ใดมนต์รักสมัครงาน
เงินล้านกรรมฐานมหาลาภ                               มหากาพย์โชคลาภมหาละลวย
มหาอำนาจฤทธิ์เดชไล่ความซวย                    ทั้งร่ำรวยลงน้ำสะเดาะกลอน
สะเดาะแปดร้อยแปดที่ให้ไว้                             สะเดาะไปได้หมดสลดฉันท์
หมัดหนักเสกขี้ผึ่งหินแร่พรรณ                          แก้ไขฝันยันทุนนิมิตกาล
คดีความคลอดลูกและขับรถ                            คลาดแคล้วหมดป้องกันเดินทางเว้น
คงกระพันป้องกันพรายผีเร้น                            ตายโหงเช่นผีร้ายปราบทุกพรรด์
ทั้งสิบหมวดสวดกันสนั่นไหว                           ป้องกันไว้รักษาไว้ให้จดจำ
เมตตานิยมสมทั้งทำร้าย                                  เสน่ห์หมายผูกจิตและมัดใจ
แปลงกายเปลี่ยนจิตคิดสงสัย                           ตู้ใส่ไว้สาปส่งเวทย์ทุกเหตุการณ์
ผ่าจ้านร่านเลิกรักสมัครสมาน                          ทุกอย่างการไสยศาสตร์เวทยคุณ
สรรพสวดตรวจแล้วว่าไม่ผิด                            จักพิชิตมหามนต์เวทย์คาถา
ฤ ฤๅ ฦ คาถาว่าอื่นมา                                      นะมะคาถาอื่นอีกก็ยังมี
คาถาเบื้องต้นมีเท่านี้                                       เบื้องกลางมีปลายไว้สดับประขัน
มีไว้ให้ยั้งเชิญเถลิงเล่นกัน                               เพราะฉะนั้นมนต์บทอื่นจักษ์ยังมี ៚

៙      น คุณาสรรพเวทย์เหตุโทษา                   จักกล่าวมามีด้วยกันฉันท์คาถา
การทำร้ายตู้ไสย์สาปสั่งว่า                               ทุกวิชาเป็นภัยในตนเอง
อนึ่งคือการตู้คู่วิสัย                                           สิ่งนี้ไว้ใส่ของลองกายผัน
ฤๅ ตะปูเหล็กใบมีดเส้นผมพัน                          หนังควายนั้นเผาไว้ใส่อุรา
หนอนเน่าปลาไหลใส่มา                                 มีนักหนาใส่ศพส่งเข้ามนุษย์
อีกมากมายหลายสิ่งไม่สิ้นสุด                         ส่งไสย์มุดมนต์ดลท้องมา  
ของจะมาด้วยทิศฤทธิ์อากาศ                          จะหมายมาศถึงคนที่เคราะห์ถึง
อันผู้นั้นอย่าได้คิดและคำนึง                            ว่าจะจึงรอดพ้นบัดดลวิชา
จงจำไว้อย่าทักสิทธิ์วาจาเหตุ                          อย่าเข้าเขตอาถรรพ์พลันวิสัย
ทั้งทุ่งนาป่าช้าดินโป่งไกล                               จอมปลอกไซร้อย่าเข้าใกล้จะเป็นดี
ให้หมั่นควรเข้าวัดห่มพรหมเพศ                      ให้เข้าเขตพุทธมาศขาดโทษไสย์
รู้ทำบุญสวดมนต์ให้ดลใจ                               ศีลมีไว้ป้องกันรักษาการ
หากโดนแล้วของเข้าไม่แคล้วคิด                   หมายพิชิตชีวิตพินิจนั้น
เพียงแค่เสียววินาทีที่เข้าพลัน                         จำให้มั่นว่าของไสย์อยู่ในกาย
จะจับส่งโรงยาผ่านมือหมอ                            ก็จักขอเวลาอีกมากหลาย
ก่อนจะถึงคงมิทันพ้นความตาย                      มันคงสายเวลากาลช่วยทัน
ดังการนั้นเห็นดีซื้อชีวิต                                  ให้พิชิตมนตราคาถาเฉลิม
ดื่นน้ำมนต์ประสิทธิ์ทิศจุนเจิ่ม                         แล้วจึงเพิ่มพุทธคุณหนุนทันที
เมื่อซื้อสิทธิ์ดำรงรั้งชีวิตนี้                               ต่อไปพินิจว่าดีมากขึ้นไหม
ถ้าดีขึ้นก็รอดอยู่ต่อไป                                    นำส่งไปโรงหมอรออาการ
ก่อนหน้านั้นให้ถอนของที่เข้า                        ด้วยไพรเหล้าคาถายาถอนไสย์
จงปรุงขึ้นตามอาการสีหน้าไว้                        โดนอะไรเข้ามาให้เลือกปรุง
แต่ถ้าของเข้าจนจวนเจียนวาย                        บุญยังหมายว่ามีให้รอดเห็น
ก็ต้องพึ่งพระธาตุบุญญาฤทธิ์เป็น                    ให้ซ้อนเร้นเน้นหนักที่กายา
หากว่ามีพระธาตุพระอัฐิ                                   อาทิสิ่งเหล่านี้ช่วยหนักหนา
จงอาราธนามากายา                                       ในทันตาจะช่วยได้ในทันที
อีกวิธีดำรงญาณฌานฤทธิ์                              จักพิชิตของเข้าทันตาเห็น
เพื่อเข้าถึงปฐมฌานญาณเป็น                         พ้นลำเค็ญของเข้าในทันที ៚

៙      น เวทย์ไสย์อีกชนิดท่านคิดไว้               เรียกว่าไซร้ยาสั่งเป็นพิษหมาย
เหมือนกินแล้วก็เห็นเช่นความตาย                  สำคัญทายทิศอย่าคิดกิน
ถ้าไม่รู้ให้ตรวจสอบอำนาจจิต                         อธิษฐานฤทธิ์ช่วยได้มากหนักหนา
พระคาถาท่านก็บอกไว้มา                                พระเวทว่าพระปริตรและพระมนต์
เมื่อพิสูนจ์แลแล้วว่าสะอาด                             ปราศจากยาสั่งสรกปรกนั้น
ก็กินได้ไม่ต้องกลัวสิ้นชีวัน                              อันตรายกันไม่มีอยู่อย่างแน่นอน
แต่ถ้ายังสรุปการณ์ว่าไม่ได้                              อันตรายมีอยู่ในอาหาร
ต้องเพิ่มของพทธคุณมาประทาน                    ใส่ในจานชามนั้นในทันใด
เช่นเปลือกหอยเบี้ยนี้ปลุกเสก                          ได้ลงเลขคาถาอันศักดิ์สิทธิ์
ใส่ลงไปในแกงจะเดือดพิษ                              จะประสทธิ์เห็นเป็นเลือดหรือน้ำดำ
ถ้ากินไปต้องถอนซึ่งอย่าสั่ง                             แต่อย่าหวังว่ามันง่ายตามความคิด
เพราะบางครั้งก็ต้องเอาซึ่งชีวิต                       ของนักสิทธิ์ผู้ใช้ไสย์อาคม ៚

៙      น ผ่าจ้านมีไว้ให้แตกแยก                         วิชาแตกความรักสมัครสมาน
ทั้งคู่รักและกับทั้งกลุ่มงาน                                โดนร้าวฉานแตกหักเมื่อถูกโดน
อยากให้ใครเกลียดใครก็ทำได้                          อยากให้ฆ่ากันตายก็แค้นเค้น
อยากให้เขาเข้าใจผิดแม้รักเป็น                        จิตตั้งเช่นภูผาก็ถล่มทลาย
แม้จักรักหวานชื่นปานกลืนกิน                          แต่ไม่สิ้นผ่าจ้านให้ห่างหาย
ต้องอย่าร้างเลิกราหมดรักวาย                          เป็นแน่นายอย่างยิ่งจริงแท้เอย
อันผ่าจ้านมักทำพร้อมกับเสน่ห์                        อุปเท่ห์เป็นเห็นเช่นยาแฝด
บ้างก็ฝากขวัญไว้ด้วยแค้นแคด                        จักหมายแมดความตายก็ง่ายพลัน
หากว่าโดนคุณไสย์ประเภทนี้                            อาการมีว่าไม่กินไม่นอนหลับ
ไม่อาจจับคำพูดไม่สดับ                                   ไม่อาจรับความเข้าใจเมื่อเจรจา
เปลี่ยนนิสัยเป็นคนอีกหนึ่ง                                จะเป็นซึ่งสันดารเมื่อวานเห็น
แต่วันนี้กับเปลี่ยนไปอีกคนเป็น                          อย่างนี้เช่นวินิจฉัยว่าเขาโดน
การจะแก้ขัดไขในวิชา                                       ต้องรู้มาว่าเขาโดนอะไร
ถ้าไม่รู้ก็ต้องหาจนเข้าใจ                                   ของอะไรเข้าตัวเปลี่ยนสันดาร
แล้วทำลายของสิ่งเวทย์พวกนั้น                        ประจักษ์พลันทันหายให้ทันเห็น
แต่ถ้าสายกาลนานเป็น                                      จำต้องเค็ญวิชาชาญมาช่วยกัน ៚

ธรรมจิต สวัสดี  ประพันธ์ ៚


 

 

 

คาถาปโชตา

คาถาปโชตา

______________ข้อมูลของคาถาปโชตาได้กระจัดกระจายอยู่ในเอกสารล้านนาหลายฉบับและมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ทั้งบทสวดที่เป็นบาลีและตัวเมือง บางฉบับบอกถึงประวัติ บ้างแสดงเป็นนิสัยแปลบาลียกศัพท์ มีกลบทที่ผูกเป็นเรือนยันต์ บ้างก็นำไปประยุกต์ใช้กับงานพุทธศิลป์และศิลปกรรมเช่น ก่อพระเจ้า(สร้างพระพุทธรูป) ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ ยันต์โขงชาตา(ยันต์ผูกดวง) เป็นต้น
______________จากเอกสารล้านนา พับขนานอริยวงศ์ วัดหนองเงือก ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.เชียงใหม่ ที่เป็นเอกสารหลักในการใช้ศึกษา มีใจความสอดคล้องกับเอกสารฉบับอื่นๆและฉบับธัมม์ใบลานของ “ครูบาจีนาเมืองหอด” (ลูกศิษย์ครูบาเจ้าศรีวิไชย) มีข้อความหลักทับซ้อนกันทุกประการ แตกต่างเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น ปริวรรตได้ว่า…

“…จุทฺทสมคาถา ๑๔ บทนี้เกิดใน เมืองลังกา อรหันตาเจ้าขอดไว้ในเมืองลังกา หื้อพระญาสัทธาติสสะจำเริญไหว้ พระญาสัทธาติสสะได้จำเริญยังคาถา ๑๔ บทนี้ค็วุฑฒินัก เสิวยรามสัมปัตติในเมืองลังกาทวีปเสี้ยงจิรกาลเมินนาน อายุค็ยืนหาพยาธิโรคาบ่ได้ ปราบแพ้ข้าเสิกทังมวลแล กาละนั้นพระเจ้าเรานิพพานแล้วได้ ๒๑๘ ปลีแล ตั้งอยู่ในเมืองลังกาเมินนาน ลำดับสืบสืบมาเถิงกาละเมื่อ จุฬสกราชได้ ๘๐๐ ปลาย(พ.ศ.๑๙๘๕) พระญาติโลกได้เสวยราชสัมปัตติในเมืองเชียงใหม่ ยังมีมหาเถรเจ้าตน๑ ชื่อว่า เชยยมังคละ อยู่วัดมหาธาตุเจ้าหริภุญเชยย์ ได้ไพไหว้พระทันตธาตุในเมืองลังกา แล้วแสวงหายังสวาตรสิปปธัมม์อันประเสริฐในสำนักแห่งครูบานักปราชญ์เจ้าทังหลาย แล้วครูบานักปราชญ์เจ้าทัหลายค็หื้อคาถา ๑๔ บทนี้แก่มหาเถรเจ้าตนชื่อ เชยยมังคละแล
______________เชยยมังคละเถรเจ้าค็แต้มเขียนเรียนเอาคุรุปเทศวิธีทังมวล แล้วค็คืนสู่เมืองหริภุญเชยย์อยู่วัดหลวงเปนตนอุปปัฏฐากมหาธาตุเจ้าหริภุญเชยย์ ได้หื้อพระญาติโลกจำเริญสวาดธิยาย พระญาติโลกได้จำเริญสวาดธิยายไหว้พระเจ้าด้วยคาถาทังหลาย ๑๔ บทฝูงนี้ค็วุฑฒินัก เสิวยราชสัมปัตติในเมืองเชียงใหม่เสี้ยงจิรกาลเมินนาน อายุค็ยืนหาพยาธิโรคาบ่ได้ ปราบแพ้ข้าเสิกทังมวล ได้เลิกยกยอส้างแปลงยังพุทธสาสนาเมืองเชียงใหม่หื้อรุ่งเรือง มีมหาธาตุเจ้าหริภุญเชยย์เปนต้นแล ถัดนั้นแม่นเสนาอามาตย์เจ้าขุนผู้น้อยผู้ใหย่ ผู้ใดจำเริญถือทือค็วุฑฒิด้วยโภคะเข้าของสัมปัตติ ยัสสะ สิริ เตชะ อายุ วัณณะ สุขุ พละ ชู่อัน แม่นไพร่ชาวเมืองผู้ใดได้จำเริญถือทือวุฑฒินัก บ่ถอยจากสัมปัตติ แม่นสมณะชีป่า มหานาคเจ้าทังหลาย คือสมเด็จราชครูสังฆราชสามีชีเถรเจ้าทังหลายขึ้นใจจำเริญส้างเปนยันต์ถือทือค็วุฒิจำเริญด้วยสิกข์โยมคุรุปัฏฐากมากหลาย มีวิสารทะธารณะปัญญาแล อันนี้ว่ตามอัตถบาฬี อันโบราณจริยเจ้าแต้มไว้ในใบลาน
______________ปัญญาวชิรอรัญญวาสีหากพิจารณาไขแต่บาฬีออกไว้ในใบลานเพื่อให้เปนหิตสุขประโยชนะแก่คระหัฏฐ์แลนักบวชเจ้าทังหลายแล…”

______________ในตอนท้ายยังได้กล่าวถึง มหาป่าเจ้าปัญญาวชิรอรัญญวาสี เป็นผู้แปลออกมาจากพระบาลีที่ปรากฎในคัมภีร์ใบลานเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่คฤหัสถ์และนักบวชทั้งหลาย มหาป่าเจ้าองค์นี้ในมีหลักฐานปรากฎใน ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ว่า”…อยู่มาเถิงสักกราชได้ ๑๑๖๘ ตัว(พ.ศ.๒๓๔๙)เปนวันพระญาวัน ได้หดหล่อน้ำมุทธาราชภิเสกยังสวาธุเจ้าปัญญาวชิระมหาป่าเจ้าขึ้นเปนสมเด็จเสฏฐอัคควรราชเปนสังฆนายกะ…”คือได้รับการแต่งตั้งเป็นสังฆราชาราชครูหลวงเมืองเชียงใหม่…”

ปโชตา ที่ปรากฏในตำราพระเวทพิสดาร ภาค ๑

________ตำราพระเวทพิสดาร ภาค๑ เรียบเรียงโดยอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร กล่าวถึงประวัติของพระคาถาปโชตา ไว้ดังนี้…

“…สิทธิการิยะ พระคาถาทั้ง ๑๔ บทนี้ บังเกิดในเมืองลงกาทวีป นักปราชญ์แลผู้วิเศษทั้งหลายมีความปรารถนาจักให้บังเกิดความเจริญแก่พระมหากษัตริย์ คือพระเจ้าเทวานัมปิยดิษ จึงเลือกเอาพระพุทธคุณที่วิเศษ ประกอบขึ้นเป็นพระคาถา ๑๔ บทนี้ถวายแก่พระเจ้าทวานัมปิยดิษ พร้อมทั้งอุปเท่ห์ด้วย
______________พระเจ้าเทวานัมปิยะดิษเธอก็ทรงเล่าเรียนพระคาถานี้ไว้ แล้วทรงสวดมนต์ภาวนาเป็นเนืองนิตย์ ก็ได้บังเกิดพระยศพระเกียรติตบะเดชะ ปรากฏไปทั่วทิศานุทิศ เสวยราชสมบัติยืนนานจีรังกาลอยู่ในเมืองอนุราธบุรีลังกานั้น
จึงมีพระมหาเถรเจ้าองค์หนึ่ง ชื่อพระมหาชัยยมงคลเถรเธอมีศีลบริสุทธิ์ได้ไปไหว้พระทันตธาตุถึงเมืองลังกา เธอมีความปรารถนาจะให้เป็นประโยชย์แก่พระมหากษัตริย์ในชมพูทวีป เธอจึงขอเอาพระคาถาทั้ง ๑๔ บทนี้ มาถวายแก่สมเด็จพระพรหมไตรโลกเจ้า สมเด็จพระพรหมไตรโลกเจ้า จึงถวายแก่พระมหากษัตริย์ในชมพูทวีป และพระมหากษัตริย์ก็ได้เล่าเรียนทรงเอาไว้ สวดมนต์ภาวนาเป็นนิจกาลก็ได้จำเริญพระยศพระเกียรติปรากฏไปทั่วต่างประเทศ ต่างก็อ่อนน้อมมาสู่พระราชสมภารมิอาจจะขัดแย้งอยู่ได้เลย ด้วยเดชานุภาพพระพุทธมนต์ ๑๔ บทนี้แล
______________อธิบายว่าท้าวพระญามหากษัตราธิราช และสมณชีพราหมณ์ เศรษฐีคหบดีกฎุมภีทั้งหลาย ผู้ใดปรารถนาซึ่งประโยขน์และสุขในโลกทั้งสามนี้ไซร้ ให้เรียนซึ่งคาถาอันนี้ โดยอุปเท่ห์กระทำให้ชำนาญแลสังวัททยายไว้ทุกวันเป็นเนืองนิจมิได้ประมาท แลกษัตริย์ พราหมณ์ เศรษฐีคหบดีกฎุมภีทั้งหลาย ก็ถึงซึ่งความสิริสวัสดิภาพ หาโรคาพยาธิมิได้แล อาจกระทำให้เป็นที่เกรงขามแก่ศัตรู มีอายุยืนยาววัฒนาถาวรมีชัยชนะแก่ข้าศึก ปรากฏไปในทิศานุทิศต่างๆบรรดาคนทั้งปวงมาอยู่ในอำนาจแห่งตนด้วยเดชะพระคาถานี้ คนทั้งหลายก็ต่างน้อมนำเอาบรรณาการมาให้ ได้รับความสุขตราบเท่าถึงกาลกำหนดสิ้นชนม์มายุด้วยอำนาจพระคาถา ๑๔ บทนี้แล…”

______________ปโชตา บางฉบับได้แสดงเรือนยันต์ทั้ง ๑๔ บท พร้อมทั้งคำอธิบายที่ผูกไว้เป็นภาษาบาลีบางบท พร้อมทั้งบอกชื่อกลบทที่ใช้ในการลงยันต์และระบุชื่อบุคคลสำคัญทั้งทางพุทธจักรและอาณาจักร นำยันต์แต่ละบทไว้สักการบูชานับถือครอบครอง(ทือ)เป็นยันต์ประจำตนด้วย พร้อมกันนี้ ผมได้นำบทสวด จุททสมคาถา(ปโชตา)ทั้ง ๑๔ บทในสำนวนบาลีที่ปรากฎใน พับสาสัททาพินทุหลวง ของครูบาเตชะ วัดหนองเงือก ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน มานำเสนอประกอบกันเพื่อความเข้าใจ และผู้ที่สนใจอยากนำไปท่องสวดสาธยายต่อไป สามารถจำแนกได้ดังนี้

๑.ชื่อ อทฺธราม ปถมคาถา
ปโชตา ธมฺมภา โหตุ โชติวโร สตาวโห
ตาวริโย สุวตาภา ธโร โยโค จ สุ สมฺมา
สังฆราชาพระสิงกุกาม มหานันทารามะชาวใต้ ทือ(ครอบครอง) ค้ำชู ยส สรี สัมปัตติข้าวของแล ฯ

๒.ชื่อ สพฺพโตภทฺร ทุติยคาถา
โภโนชิโย โยชิโนโภ โนปาตุโส โสตุปาโน
ชิตุโนม มโนตุชิ โยโสนภิ ภิมโสโย
มหาพูกาม มหาสีเกียร ทือ ค้ำชู ยส สรี สัมปัตติข้าวของดั่งปฐมะคาถาแล ฯ

๓.ชื่อ อฏฺฐกฺขจกฺก ตติยคาถา
นมามิตํ นรวรํ นเยหิส นรามรํ
เนตฺวา มตํ ปรติรํ นิพฺพุตฺโต สพฺภิโย ปรํ
มหาธัมมสาเจติยะทือแล ห้ามอุปัทวะอนตรายทั้งมวลแล ฯ

๔.ชื่อ ราสีจกฺก จตฺตุตฺถคาถา
โนธิโร มุนิโน มโน โนมโน ทมโน ธิโน
โนธิ โนตฺถํ คมาโน โนโตมาโร ธิโน อูโน
ห้ามอุปัทวะ ดั่งตติยคาถาแล ฯ

๕.ชื่อ ปทุมฏล ปญฺจมคาถา
กรุณาธิ กจิตฺตตฺโถ กตาตฺโถ สกธมฺมโท
กตนเม กพุทฺธสฺส กตญฺชุลึ(ลิง) กโรมิหํ
มหาราชครูป่าแดงแปลงหื้อแสนขนานกอมทือ พระญาแก้วทือ
เปนที่รักจำเริญใจแก่ฅนแลเทวตาทั้งหลาย แลจำเริญด้วยข้าวของสัมปัตติทั้งมวลแล ฯ

๖.ชื่อ จตุกฺก ฉฏฺฐมคาถา
มโนชิโต มโตชิโน มโนภิโต มโตภิโน
มโนธิโร มโรธิโน มโรตฺตโน มโนตฺตโร
ราชโมลีหมื่นทือ แล ท้าวมหาพรหมทือ ไว้ในเวียงกุมกามค็วุฑฒิด้วยเข้าของมากนัก
ชนะข้าเสิ้กสัตรู ฅนอันมีใจคดเลี้ยวทั้งมวลแล ฯ

๗.ชื่อ โคมูตฺตวลี สตฺตมคาถา
นมามิ นาถํ วรทํ วราทํ อโนมเกหาภินตํ ภวคฺคํ
กุมารนาสํ วราทํ นรานํ อกามเทหาภินตํ ภชฺชนนฺติ
มหาสัทธะโพธิแสนกัง มหาสิริมํคลเจติยะทือ แล มหาแสนตมกิวัดมหาเจติยะหลวง
เพื่อประจญแพ้(ชนะ)แก่ฅนทั้งหลายผู้มีใจคดเลี้ยว มายาสาไถย บ่ซื่อแก่เราแล ฯ

๘.ชื่อ สกฺขบุพฺพ อฏฺฐมคาถา
โย โพธิปตฺเต วรโท นรานํ เทวาติเทโวภิตมารนาโส
โยคาธิมุตฺโต สรโส มรานํ โอวาทเทตํ ภินมามินาถํ
มหาสังฆราชาวัดปราสาททือ มหาญาณกุฏีฅำทือ สวาดธิยายมีเตชะมากนัก
ปราบแพ้(ชนะ)แก่ฅนทั้งหลายผู้มีใจคดเลี้ยว มายาสาไถย บ่ซื่อแก่เราแล ฯ

๙.ชื่อ นวมคาถา สรีขคฺคเชยฺย
โย เทติเทวเทโวคฺคํ มคฺคํ โนคฺคํผลํตโต
นมามิตํ รหมคฺคํ โนโสปาเลตฺวาปายโต
สังฆราชาหมื่นพล้าว สังฆราชาเชียงหมั้นทือ ลงดาบสรีกัญไชย
เพื่อประจญข้าเสิ้กสัตรูทังมวลแล ฯ

๑๐.ชื่อ อนฺตยมก ทสมคาถา
นมามิพุธฺธํ ตมหํธิโย ธิโย นมามิธมฺมํ ตมหํชิโย ชิโย
นมามิสงฺฆํ ตมหํริโย ริโย นมามิติคฺคํ ตมหํ ภิยฺโย ภิยฺโย
สรีเชยฺยโตมมํคล สังฆราชาพระสิงหื้อขนานกอมทือแล
มหาขนานอาดใต้สังฆราชาหื้อแก่ขนานกอมทือ มันธารุราชทือ
ไว้ค้ำชูสรีเตชะหื้อรุ่งเรือง ไพสงครามค็จักชนะข้าเสิ้กสัตรูแล ฯ

๑๑.ชื่อ วํสฐานจกฺก เอกาทสมคาถา
นมามิตํ โย วินายสฺส นายเก นรามเรหิ ภินโต วินายโก
ชิโนริเชยฺโย วิมโล วิโมจโก ปชฺชามพุเชติ พุทฺโธ ปโพธโก
มหาแสนทอง ปุพพารามทือ หื้อข้าเสิ้กสัตรูมีใจหลิ่งน้อมแล ฯ

๑๒.ชื่อ นาคปาส ทวฺาทสมคาถา
มุนิโน วทนาภาย ปโพเธตุ ปชฺชาปชฺชํ
มุนิโน วทนาภาย ปโพเธตุ ปชฺชาปชฺชํ
มหาสัทธัมมทัสสีฝ่ายเรา(ป่าแดง)ทือแล
รักษาเข้าของสัมปัตติบ่หื้อข้าเสิ้กสัตรูครุบชิงเอาได้ยแล ฯ

๑๓.ชื่อ สรีธชวิชวฑฺฒน เตรสมคาถา
สิริกิรณ กิรโฐ ภาสปาททฺวอคฺคํ สิริกิรณภิมานํ มารมนฺตํ วิธิสตํ
สิริกิรณนิเกตํ เกตุเมกญฺจ ติโลเก สิริกิรณกรคฺคํ โลกนาถํ นมามิหํ
มหาปุสสเทพพหมื่นสารทือแล วุฒินัก พระญาหลวงแสนตะยาย(เมือง)หังสาทือ ดีนักแล
เปนที่รักจำเริญใจแก่ฅนทั้งหลาย แลชนะข้าเสิ้กสัตรู จำเริญด้วย เตชะ ยส ข้าวของสัมปัตติทังมวลแล ฯ

๑๔.ชื่อ สรีวิเชฺชยฺยอาวุทฺธ จุทฺทสมคาถา มหาปุสสเทพพฝ่ายเราทือแล
ติโลกมคฺคาหนโก มตํ นเย สวาสนํ โย ห มลํ ปธํสยิ
ติโลกมคฺคา หนโกมตํ นเย ปเคว นิพฺพานปุรํ ปเวสิเย
หื้อลงใส่ดาบเถี่ยนอันเปนมังคละ คุณดั่งเตรสมคาถาแล/เปตยมกวํสฐาคาถา
บทนี้ มีคุณูปการมากนักแล ฯ


 
 
 
%d bloggers like this: